Page 135 - สถานภาพและการจัดการดินเปรี้ยวในประเทศไทย
P. 135
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก (ภาพที่ 8.8) เพื่อซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาลุ่มน้ำนครนายกตอนบน เพื่อ
ช่วยให้ราษฎรทางตอนล่างมีน้ำใช้ทำการเกษตร บรรเทาอุทกภัยในลุ่มน้ำนครนายกที่เกิดขึ้นเป็นประจำ และช่วย
ราษฎรให้มีน้ำใช้ในการเกษตร การอุปโภคบริโภค รวมทั้งเพื่อการแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยวจัดด้วย โครงการดังกล่าว
เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาลุ่มน้ำนครนายกตอนบน ครอบคลุมพื้นที่ 2,430 ตารางกิโลเมตร ในเขตอำเภอ
เมือง อำเภอบ้านนา อำเภอปากพลี และอำเภอองครักษ์ ของจังหวัดนครนายก ลำน้ำสายหลัก ได้แก่ คลองท่าด่าน
คลองสมอปูน คลองนางรอง และแม่น้ำนครนายก ซึ่งไหลไปบรรจบกับแม่น้ำปราจีนบุรีและแม่น้ำบางปะกง ที่
อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา ปัจจุบันเขื่อนขุนด่านปราการชลอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นแหล่งน้ำ
ต้นทุน โดยสามารถจัดสรรน้ำให้พื้นที่ชลประทาน ได้ 185,000 ไร่ ด้วยโครงการท่าด่านเดิม 6,000 ไร่ โครงการท่า
ด่านส่วนขยาย 14,000 ไร่ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษา 165,000 ไร่ เป็นแหล่งน้ำสำหรับอุปโภคบริโภค และ
อุตสาหกรรม บรรเทาปัญหาอุทกภัยในเขตจังหวัดนครนายก และแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยวจัดในเขตจังหวัดนครนายก
8.5 โครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ในพื้นที่ดินเปรี้ยวจัด
“...การพัฒนา ถ้าจะให้ได้ผลเร็ว ต้องยอมลงทุนทำที่กักเก็บน้ำ...การขุดสระ...อาจจะราคาแพงแต่ก็ต้องทำ
ให้ขนาดประหยัดที่สุด...ตามทฤษฎีที่คิดไว้...จะได้ข้าว 30-40 ถังต่อไร่ ปีที่แล้งไม่ได้ผล อาจได้เพียง 3-4 ถังต่อไร่
แต่ถ้าทำโครงการฯ...นี้ให้แบ่งพื้นที่ 15 ไร่ ออกมาสัก 3 ไร่ แล้วขุดสระเก็บกักน้ำไว้ช่วยทำการปลูกข้าวจะทำให้
ได้ผลดีทุกปี...ได้ 40 ถัง ซึ่งจะได้ 10 เท่า ของปีที่ได้ผลไม่ดี หรือทำนา 15 ไร่ จึงเท่ากับทำนา 120 ไร่ ในปีที่ได้ผลไม่ดี
ทฤษฎีนี้ดูประหลาด...แต่มันจะเป็นจริงอย่างนั้น และยังได้ปลาอีก ปลูกอย่างอื่นเป็นรายได้ ปลูกพืชน้ำ ก็ได้
การปลูกพืชบนบกก็เอาน้ำจากสระมารดได้จะเป็นรายได้อีกทางหนึ่ง...”
พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
ณ โครงการพัฒนาบริเวณพื้นที่วัดมงคลชัยพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2536
แนวพระราชดำริ “ทฤษฎีใหม่” เป็นรูปแบบการบริหารจัดการที่ดิน และแหล่งน้ำเพื่อการพัฒนาการ
เกษตรยั่งยืนให้เกิดประโยชน์สูงสุดและเกษตรกรสามารถเลี้ยงตัวเองได้ ที่มาแห่งพระราชดำริ “ทฤษฎีใหม่”
เกิดจากการที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราช
ดำเนินทรงเยี่ยมราษฎรในภาคอีสาน บริเวณพื้นที่บ้านกุดตอแก่น ตำบลกุดสิมคุ้มใหญ่ อำเภอเขาวง จังหวัด
กาฬสินธุ์ เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2535 ทรงทราบถึงปัญหาที่ชาวนาประสบอยู่คือ ความแห้งแล้ง ข้าวเมล็ด
ลีบ ผลผลิตน้อยมากเพียงไร่ละ 1-2 ถัง และได้พระราชทานพระราชดำรัสแก่บรรดาคณะบุคคลต่างๆ ที่เข้าเฝ้าฯ
ถวายพระพรชัยมงคล ในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2535 ณ ศาลาดุสิดาลัย สวน
จิตรลดา พระราชวังดุสิต ความว่า “...วิธีการแก้ไขก็คือ ต้องเก็บน้ำฝนที่ตกลงมา ก็เกิดความคิดว่าอยากทดลอง
ดูสัก 10 ไร่ ในเนื้อที่อย่างนั้น 3 ไร่ จะเป็นบ่อน้ำ คือ เก็บน้ำฝนแล้ว ถ้าจะต้องบุด้วยพลาสติก ก็บุด้วยพลาสติก
ทดลองดูแล้วอีก 6 ไร่ ทำเป็นที่นา ส่วนไร่ที่เหลือก็เป็นบริการ หมายถึง ทางเดินหรือกระต๊อบ หรืออะไรก็
แล้วแต่ หมายความว่าน้ำร้อยละ 30 ที่นาร้อยละ 60 ก็เชื่อว่าถ้าเก็บน้ำไว้ได้ จากเดิมที่เกี่ยวข้าวได้ไร่ละ 1-2 ถัง
ถ้ามีน้ำเล็กน้อยอย่างนั้นก็ควรจะเก็บเกี่ยวข้าวได้ไร่ละประมาณ 10-20 ถัง หรือมากกว่า...” (สำนักงาน
คณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดาริ, 2540) ในเวลาต่อมาได้พระราชทาน
สถานภาพและการจัดการดินเปรี้ยวจัดในประเทศไทย 123
กรมพัฒนาที่ดิน

