Page 127 - สถานภาพและการจัดการดินเปรี้ยวในประเทศไทย
P. 127

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน





               ความต้องการของราษฎร สาเหตุของปัญหา และมีพระราชดำริเป็นแนวทางในการแก้ไขเพื่อช่วยเหลือหรือบรรเทา
               ความเดือดร้อนของราษฎร ปัญหาที่สำคัญยิ่งของราษฎรในจังหวัดนราธิวาส คือ ที่ดินทำกินของราษฎรส่วนใหญ่

               เป็นที่ลุ่มน้ำขังเกือบตลอดทั้งปี อีกทั้งดินมีสภาพเป็นดินเปรี้ยวจัด ราษฎรปลูกข้าวไม่ได้ หรือได้ผลผลิตต่ำมาก
               พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร  ทรงเข้าพระราชหฤทัยในปัญหานี้เป็น
               อย่างดี และทรงเล็งเห็นถึงแนวทางในการแก้ไขปัญหานี้ว่า จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยใช้วิชาการ
               ในหลายๆ ด้านประกอบกัน เป็นการดำเนินการแก้ไขในลักษณะผสมผสานของหลายหน่วยงานมาร่วมพัฒนาและแก้ไขปัญหา
               จึงมีพระราชดำริให้หน่วยงานราชการต่างๆ มาร่วมกันศึกษาวิธีการเป็นต้นแบบในการพัฒนาพื้นที่พรุ แล้วนำผลสำเร็จจาก

               การศึกษาไปขยายผลการพัฒนาในพื้นที่ของราษฎร ประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นนี้จะได้เป็น 2 ทาง กล่าวคือ ต้นทาง
               หมายถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐได้ฝึกหัดการทำงานร่วมกัน ได้ความรู้จากการพัฒนา และปลายทาง หมายถึงราษฎรได้รับ
               ความช่วยเหลือในการพัฒนาพื้นที่ให้นำมาใช้ประโยชน์ในการทำมาหากินได้ อันเป็นจุดมุ่งหมายสำคัญในการจัดตั้ง

               โครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ  คณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการ
               อันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) จึงมีมติให้จัดตั้ง “ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ”
               ขึ้นเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2525 จากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช
               บรมนาถบพิตร “ให้มีหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเข้ามาดำเนินการศึกษาและพัฒนาพื้นที่พรุร่วมกันแบบผสมผสาน”

               การดำเนินงานของศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ จึงมีหน่วยงานที่ร่วมดำเนินงานด้วยกันแบบผสมผสาน
               โดยมีหน่วยงานร่วมดำเนินการ จำนวน 8 หน่วยงาน คือ งานวิชาการเกษตร งานส่งเสริมการเกษตร งานปศุสัตว์ งานประมง
               งานส่งเสริมอุตสาหกรรม งานควบคุมโรคติดต่อ งานป่าไม้ และงานพัฒนาที่ดิน ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินงานของศูนย์
               ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ ไม่ซ้ำซ้อนกับการดำเนินงานของหน่วยงานปกติ จึงได้มีการกำหนดพื้นที่ดำเนินงาน ดังนี้

                      8.2.1 พื้นที่โครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุล
               ทองฯ มีเนื้อที่ 1,740 ไร่ แบ่งออกเป็น
                         1) พื้นที่ดอน เนื้อที่ 202 ไร่ เป็นที่ตั้งอาคาร
               สำนักงานเลขานุการโครงการ โรงงานสกัดและแปรรูปปาล์ม

               น้ำมัน งานป่าไม้ งานปศุสัตว์ งานวิชาการเกษตร งาน
               ควบคุมโรคติดต่อและการสาธารณสุข งานส่งเสริม
               อุตสาหกรรม งานส่งเสริมการเกษตร งานหม่อนไหม ห้อง

               ประชุม อาคารฝึกอบรม และที่พัก รวมถึงสวนสาธิต
               การเกษตร อาทิ แปลงพืชสวนครัวประดับ สวนเฉลิม
               พระเกียรติ 80 พรรษา และสวนเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา
                         2) พื้นที่ลุ่ม เนื้อที่ 308 ไร่ เป็นแปลงศึกษา
               ทดลอง วิจัย เพื่อหาแนวทางการปรับปรุงดินเปรี้ยวจัดและ

               ดินพรุ อาทิ โครงการแกล้งดิน โครงการเกษตรทฤษฎีใหม่
               การปลูกพืช อาหารสัตว์ การปลูกปาล์มน้ำมันในดินอินทรีย์
               การเลี้ยงปลาในพื้นที่ดินเปรี้ยวจัด แปลงผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว

               พื้นเมืองพันธุ์ต่างๆ และแปลงทดสอบอื่นๆ ในพื้นที่ดินเปรี้ยวจัด รวมถึงสวนต่างๆ เช่น สวน 50 ปีครองราชย์ สวน
               72 พรรษา และสวนไม้มงคล เป็นต้น








                                                สถานภาพและการจัดการดินเปรี้ยวจัดในประเทศไทย            115
                                                                                    กรมพัฒนาที่ดิน
   122   123   124   125   126   127   128   129   130   131   132