Page 72 - สถานภาพและการจัดการดินเค็มในประเทศไทย
P. 72

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน



             การทดสอบประสิทธิภาพจุลินทรีย์ทนเค็มร่วมกับข้าวขาวดอกมะลิ  105 และข้าวโพดหวานในภาคสนาม  พบว่า
             การใช้ปุ๋ยหมักขยายเชื้อแบคทีเรียทนเค็มร่วมกับปุ๋ยคอก  และปุ๋ยเคมี 50 เปอร์เซ็นต์ มีปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็น

             ประโยชน์ในดินสูงสุด  11.25 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม  แต่ไม่แตกต่างกับการใส่เชื้อร่วมกับปุ๋ยคอก  ส่งผลให้ผลผลิต
             ข้าวสูงกว่าตำรับการทดลองอื่น  ๆ เท่ากับ 453.6 และ 521.0 กิโลกรัมต่อไร่  ตามลำดับ ดีกว่าการใส่ปุ๋ยเคมี
             เพียงอย่างเดียว  คิดเป็น 24.14 - 42.58 เปอร์เซ็นต์ แต่อย่างไรก็ตามการใส่แบคทีเรียทนเค็มเพียงอย่างเดียว

             ให้ผลผลิตข้าวสูงกว่าตำรับควบคุม  (ไม่ใส่เชื้อ) คิดเป็น 6.66 เปอร์เซ็นต์ ในกรณีข้าวโพดหวาน  พบว่าการใช้ปุ๋ย
             หมักขยายเชื้อแบคทีเรียทนเค็มร่วมกับปุ๋ยคอก  และการใช้ปุ๋ยหมักขยายเชื้อแบคทีเรียทนเค็มร่วมกับปุ๋ยคอก
             และปุ๋ยเคมี  50 เปอร์เซ็นต์  ให้ผลผลิตข้าวโพดหวาน  247.90 และ 225.63 กิโลกรัมต่อไร่  ตามลำดับ  สูงกว่า
             การใส่ปุ๋ยเคมีเพียงอย่างเดียวคิดเป็น  17.88 - 29.52 เปอร์เซ็นต์ (ภาพที่ 4.31)













                     แบคทีเรียละลายฟอสฟอรัส                         แบคทีเรียตรึงไนโตรเจนแบบอิสระ


             ภาพที่ 4.30 จุลินทรีย์ทนเค็ม














             ภาพที่ 4.31 การทดสอบประสิทธิภาพจุลินทรีย์ชอบเค็มในโรงเรือนทดลอง  และภาคสนาม

                         การคัดเลือกเชื้อราอาร์บัสคูลลาร์ไมคอร์ไรซาในพื้นที่ดินที่มีผลกระทบจากเกลือเพิ่มการดูดใช้น้ำ
             ธาตุอาหาร สร้างความทนทานให้พืช พบว่าสปอร์ส่วนใหญ่มีสีครีม น้ำตาล และน้ำตาลเข้มลักษณะกลม
             (ภาพที่ 4.32) ไอโซเลท  NM 1/9 มีการเข้าอยู่อาศัยในรากค่อนข้างเร็วที่  60 และ 90 วัน คิดเป็น 9.78 และ

             9.92 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ จำนวนสปอร์ที่ตะแกรงขนาด 100 และ 50 เมช เท่ากับ 54 และ 35 สปอร์
             ตามลำดับ  ขณะที่ไอโซเลต  NM 1/35 มีจำนวนสปอร์ที่ตะแกรงขนาด  100 และ 50 เมช รวมสูงที่สุดเท่ากับ
             122 สปอร์ ทดสอบการเข้าอยู่อาศัยในข้าวโพดที่ปลูกในดินที่มีผลกระทบจากเกลือสภาพโรงเรือนทดลองเชื้อรา
             อาร์บัสคูลาร์ไมคอร์ไรซาไอโซเลท  NM 1/9 และ PK 8/1 สามารถสร้างเพิ่มปริมาณสปอร์ได้เฉลี่ย  343 และ

             269 สปอร์ต่อดิน  25 กรัม ตามลำดับ  และจำแนกเชื้อเบื้องต้นจากลักษณะของสปอร์โดยการย้อมสี  สังเกต
             โครงสร้าง  และรูปร่างภายใต้กล้องจุลทรรศน์ชนิดธรรมดา  และภายใต้กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนสามารถ
             จำแนก NM 1/9 ได้เป็น Acaulospora bireticulata และ PK 8/1 จำแนกเป็น Acaulospora gerdemannii







              58       สถานภาพและการจัดการดินเค็มในประเทศไทย
                       กรมพัฒนาที่ดิน
   67   68   69   70   71   72   73   74   75   76   77