Page 71 - สถานภาพและการจัดการดินเค็มในประเทศไทย
P. 71
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
ลดลง (Ashraf et. al., 2004) ส่งผลให้พืชทนทานต่อความเครียดออสโมติกและความเค็มมากขึ้น (ธนากร,
2557) และจากการศึกษาของ Compant et al. (2010) รายงานว่าพืชที่ได้รับแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ในดิน
บางชนิดสามารถเข้าไปในเซลล์รากพืชได้ ซึ่งเป็นผลจากกลไกที่มีลักษณะจำเพาะต่อการตอบสนองของไรโซส
เฟียร์และความสามารถในการเข้าอาศัยในพืช โดยเฉพาะจุลินทรีย์ในกลุ่มเอ็นโดไฟล์พวกแบคทีเรียและเชื้อราที่
เข้าอาศัยในรากพืช และช่วยส่งเสริมให้พืชเจริญเติบโตได้ดีในสภาวะเครียดต่างๆ (Kushwaha et al., 2020)
นอกจากนี้การเติมเชื้อแบคทีเรียและสารเมทาบอไลท์ลงในดินที่มีผลกระทบจากเกลือยังสามารถ
ควบคุมการขนถ่ายสารอาหารและน้ำ การสังเคราะห์ด้วยแสง การเจริญ การแสดงออกของยีนที่ตอบสนองต่อ
ความเค็มและโปรตีนในพืชที่ช่วยเพิ่มการงอกของเมล็ด การเจริญ และมวลชีวภาพของพืชในดินที่มีผลกระทบ
จากเกลือได้ (ภาพที่ 4.29)
ภาพที่ 4.29 การเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาของพืชที่ถูกเหนี่ยวนำโดยแบคทีเรียในสภาพเครียดจากความเค็ม
ที่มา: Ramalingam and Kwang (2017)
4.3.1 ผลงานวิจัยการใช้ประโยชน์จุลินทรีย์ในพื้นที่ดินที่มีผลกระทบจากเกลือ
1) การพัฒนาจุลินทรีย์ชอบเค็มเป็นผลิตภัณฑ์ปุ๋ยชีวภาพสำหรับการปลูกพืชเศรษฐกิจ ในพื้น
ที่ดินที่มีผลกระทบจากเกลือ
ฉวีวรรณ และคณะ (2561) วิจัยการใช้จุลินทรีย์ทนเค็มร่วมกับปัจจัยชนิดต่าง ๆ เพื่อเพิ่ม
ความอุดมสมบูรณ์ของดิน และผลผลิตพืชในพื้นที่ดินที่มีผลกระทบจากเกลือ โดยคัดเลือกแบคทีเรียละลาย
ฟอสฟอรัส แบคทีเรียตรึงไนโตรเจนแบบอิสระ ไมคอร์ไรซา และไรโซเบียม ดังนี้
คัดเลือกจุลินทรีย์ละลายฟอสเฟตที่มีประสิทธิภาพละลายฟอสเฟต ผลิตออกซิน และ
จิบเบอเรลลินสูงสุด 3 ไอโซเลต ได้แก่ ไอโซเลต ChYB5, NMS61 และ NMS15 มีค่าเท่ากับ 538.50 10.19 และ
50.64 มิลลิกรัมต่อลิตร ตามลำดับ แบคทีเรียตรึงไนโตรเจนอิสระที่เลี้ยงในอาหารเหลวเติมโซเดียมคลอไรด์ (NaCl)
3 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสามารถการตรึงไนโตรเจน 3.85 ไมโครโมลเอธีลีนต่อกรัมเซลล์แห้งต่อชั่วโมง (ภาพที่ 4.30) ใน
สถานภาพและการจัดการดินเค็มในประเทศไทย 57
กรมพัฒนาที่ดิน

