Page 68 - สถานภาพและการจัดการดินเค็มในประเทศไทย
P. 68

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน



                           (2) การปรับระดับพื้นที่นาลักษณะที่  2 ปรับระดับหน้าดินในนาให้สม่ำเสมอ  ขุดคูรับน้ำเค็มที่
             ถูกชะล้างจากชั้นหน้าดิน  และรักษาระดับน้ำใต้ดินไม่ให้พาเกลือขึ้นมาสะสมที่ดินชั้นบน  ปรับคันนาปลูกต้นไม้

             ทนเค็ม เช่น สะเดา ยูคาลิปตัส ขี้เหล็ก เป็นต้น
                           (3) การใช้ปุ๋ยอินทรีย์เพื่อเพิ่มธาตุอาหารและปรับปรุงโครงสร้าง  ดินที่มีผลกระทบจากเกลือมี
             ความอุดมสมบูรณ์ต่ำจึงควรใส่ปุ๋ยอินทรีย์ที่เกษตรกรสามารถหาได้ง่ายในท้องถิ่น  ได้แก่ ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก ปุ๋ยพืช

             สด (ควรใช้โสนอัฟริกัน เนื่องจากสามารถทนเค็มได้ดีกว่าพืชตระกูลถั่วอื่น  ๆ) รวมทั้งการใช้อินทรียวัตถุปรับปรุง
             ดินอื่น ๆ เช่น แกลบ เพื่อรักษาความชื้นในดิน  และป้องกันไม่ให้เกลือมาสะสมบนผิวหน้าดิน
                           (4) ใช้พันธุ์ข้าวที่ทนเค็ม  ได้แก่ ข้าวขาวดอกมะลิ105 กข15 กข6 กข73 กข69 (ทับทิมชุมแพ)
             และเหนียวสันป่าตอง  เป็นต้น และควรปักดำด้วยต้นกล้าที่มีอายุประมาณ  30-35 วัน ใช้ต้นกล้าในการปักดำ
             จำนวน 6 - 8 ต้นต่อจับ ระยะปลูก 20x20 เซนติเมตร จะทำให้มีอัตราการรอดของต้นกล้ามากขึ้น

                           (5) การใส่ปุ๋ย ควรใส่ปุ๋ยเคมีสูตร  16-16-8 อัตรา 30 กิโลกรัมต่อไร่  โดยแบ่งเป็น  3 ครั้ง คือ
             หลังปักดำ 7-10 วัน ระยะแตกกอและระยะข้าวตั้งท้อง  และฉีดพ่นน้ำหมักชีวภาพที่ผลิตจากสารเร่งซุปเปอร์
             พด.2 จำนวน 4 ครั้ง คือ เตรียมดิน หลังปักดำข้าว 30 50 และ 60 วัน พร้อมทั้งใช้น้ำหมักชีวภาพอัตรา  5 ลิตร

             ต่อไร่ โดยเจือจาง 1: 500 เพื่อเร่งการเติบโตของข้าว
                           (6) หลังเก็บเกี่ยวข้าว  ไม่ควรปล่อยให้หน้าดินในนาข้าวว่างเปล่า  ควรปล่อยเศษเหลือจาก
             การเก็บเกี่ยว เช่น ฟางข้าว ตอซัง ปกคลุมพื้นที่ดินที่มีผลกระทบจากเกลือเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำในดินระเหยพา
             เกลือขึ้นมาสะสมบนผิวหน้าดิน

                       4) พื้นที่ลุ่มที่เป็นพื้นที่ดินที่มีผลกระทบจากเกลือระดับเค็มจัด  เป็นพื้นที่ว่างเปล่าไม่สามารถใช้

             ประโยชน์จากพื้นที่สำหรับการปลูกพืช มีคราบเกลือที่ผิวดินเป็นปริมาณมากได้  และเกษตรกรใช้ใช้พื้นที่อย่างไม่
             เหมาะสม อย่างไรก็ตามสามารถฟื้นฟูแก้ไขสภาพเสื่อมโทรม  ดังนี้
                            (1) โครงการฟื้นฟูพื้นที่ดินที่มีผลกระทบจากเกลือด้วยการปลูกไม้ยืนต้นทนเค็มและหญ้า
             ชอบเกลือ เป็นการสนับสนุนการปลูกต้นกระถินออสเตรเลียร่วมกับหญ้าดิ๊กซี่ในพื้นที่ดินที่มีผลกระทบจากเกลือ

             ระดับเค็มจัด เพื่อป้องกันการสะสมเกลือในดินและการเพิ่มขึ้นของพื้นที่ดินที่มีผลกระทบจากเกลือ  และสามารถ
             ฟื้นฟูระบบนิเวศของดินที่มีผลกระทบจากเกลือจนทำให้พื้นที่นำกลับมาใช้ประโยชน์ทางการเกษตรได้
                               1. หญ้าดิ๊กซี่ (Sporobolus virginicus) เป็นพืชที่เจริญเติบโตและปรับตัวได้ดีในพื้นที่ดิน

             ที่มีผลกระทบจากเกลือที่มีคราบเกลือมาก  ซึ่งหญ้าดิ๊กซี่มีการขับเกลือออกมาที่ต่อมทางใบ  การปลูกหญ้าดิ๊กซี่ใช้
             เป็นพืชคลุมดินและฟื้นฟูระบบนิเวศในพื้นที่ดินที่มีผลกระทบจากเกลือระดับเค็มจัด  ป้องกันการแพร่กระจาย
             ดินที่มีผลกระทบจากเกลือ  และเป็นพืชอาหารสัตว์ได้















             ภาพที่ 4.25  การฟื้นฟูพื้นที่ดินที่มีผลกระทบจากเกลือระดับเค็มจัดด้วยการปลูกหญ้าชอบเกลือ  (หญ้าดิ๊กซี่)

                               2. กระถินออสเตรเลีย  (Acacia ampliceps) เป็นต้นไม้ที่มีความสามารถในการทนเค็ม
             ได้สูงมาก  เจริญเติบโตได้ดีในสภาพพื้นที่ดินที่มีผลกระทบจากเกลือระดับเค็มจัด  และใช้เป็นพืชคลุมดินและ

              54       สถานภาพและการจัดการดินเค็มในประเทศไทย
                       กรมพัฒนาที่ดิน
   63   64   65   66   67   68   69   70   71   72   73