Page 77 - สถานภาพและการจัดการดินเค็มในประเทศไทย
P. 77

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน



                  เจริญเติบโต ส่วนในฤดูแล้งนั้นไม่มีฝนตกเป็นเวลาประมาณ  3 เดือน เกษตรกรในบริเวณนี้ส่วนใหญ่มีอาชีพทำนา
                  ซึ่งสามารถทำได้เพียงปีละ 1 ครั้งเท่านั้น และความเค็มของดินเป็นอุปสรรคอย่างหนึ่งในการผลิตข้าว






















                  ภาพที่ 5.1  แสดงขอบเขตในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้

                         5.1.2 สภาพปัญหาพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้
                                 ทุ่งกุลาร้องไห้มีปัญหาที่สำคัญดังนี้

                                1) ประชากรในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ส่วนใหญ่เป็นชาวนา  และทำนาเพียงอย่างเดียว  โดยอาศัย
                  น้ำฝนเป็นหลักมีปริมาณน้ำฝนโดยเฉลี่ยปีละ  1,300 มิลลิเมตร  และโดยที่ร้อยละ  80 ของปริมาณน้ำฝนทั้งปี

                  จะตกอยู่ในระยะเวลาประมาณ  6 เดือน คือนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคมของทุกปี  และจะมีฝนตก
                  หนักต่อเนื่องกัน 2 ช่วง โดยมีช่วงแล้งคั่นกลางระหว่างฝนตกหนักทั้ง  2 ช่วงนั้น
                                2) ฝนตกหนักช่วงแรกคือ ช่วงต้นฤดูกาลเพาะปลูก ระหว่างเดือนพฤษภาคม ถึงเดือน
                  มิถุนายน ในระยะนี้เกษตรกรต้องเตรียมแปลงตกกล้าและแปลงนา  บางปีฝนช่วงนี้มาล่าแต่บางปีก็มาเร็วซึ่งไม่

                  แน่นอนเสมอไป
                                3) หลังจากฝนช่วงแรกนี้ ก็จะเกิดฝนทิ้งช่วง  โดยจะมีระยะเวลาประมาณ  2 ถึง 4 สัปดาห์ คือ
                  ในระหว่างเดือนกรกฎาคม ซึ่งก็ไม่แน่นอนเสมอไป  เพราะบางปีอาจมาช้าหรือบางปีก็อาจจะมาเร็วกว่านี้  และใน

                  ระยะนี้เกษตรกรมีความต้องการน้ำ  เพื่อใช้หล่อเลี้ยงแปลงตกกล้าให้รอดตายจากการขาดน้ำ  และเจริญเติบโต
                  พอที่จะใช้ปักดำได้  เมื่อฝนตกหนักในช่วงที่สอง  ความต้องการใช้น้ำในระยะนี้จะต้องมีเพียงพอสำหรับหล่อเลี้ยง
                  แปลงกล้า โดยคิดเป็นพื้นที่ประมาณ  ร้อยละ 5 ถึง 7 ของพื้นที่ทำนาทั้งหมด
                                4) โดยทั่วไปชาวนาจะเริ่มดำนาเมื่อฝนตกหนักในช่วงที่สอง  คือ ปลายเดือนกรกฎาคม ถึงต้น

                  เดือนสิงหาคม หากว่าฝนช่วงนี้มาเร็วเกษตรกรก็จะประสบกับปัญหาการเตรียมดิน  เนื่องจากมีน้ำขังอยู่ในแปลง
                  นาจำนวนมาก และอาจจะมีระดับน้ำในแปลงนาสูงถึงกว่า 50 เซนติเมตร ในขณะไถนา แต่ถ้าหากว่าฝนช่วงนี้มา
                  ล่าช้าทิ้งห่างจากฝนช่วงแรกมาก ๆ ก็จะทำให้ต้นกล้าที่เตรียมไว้เสียหายไม่สามารถปักดำได้  ทั้งนี้ไม่ว่าฝนช่วงนี้
                  จะมาช้าหรือเร็วก็ตาม ปริมาณน้ำฝนในช่วงนี้ก็จะมากกว่าปริมาณน้ำฝนในช่วงแรก  และจะตกหนักมากจนทำให้

                  เกิดสภาวะน้ำท่วมพื้นที่นา ทำให้ต้นข้าวที่เพิ่งจะปักดำใหม่ ๆ เสียหาย น้ำที่ท่วมในลักษณะเช่นนี้เรียกว่า สภาวะ
                  น้ำท่วมอันเกิดจากฝนที่ตกหนักในพื้นที่ที่ไม่มีทางระบายออกได้  ทั้งนี้ก็เนื่องจากสภาพภูมิประเทศของทุ่งกุลา
                  ร้องไห้มีลักษณะราบเรียบ  มีความลาดชันต่ำ และเนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่ทำนา จึงมีคันนาจำนวนมาก ทำให้กีด
                  ขวางทางน้ำ และเกิดสภาวะน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน ทำให้ต้นข้าวที่เพิ่งปักดำหรือกำลังตั้งตัวได้รับความเสียหาย

                                5) ลักษณะภูมิประเทศของทุ่งกุลาร้องไห้  เป็นพื้นที่ราบเรียบอีกทั้งชั้นน้ำใต้ดินที่ลึกกว่า
                  2 เมตร มีแนวโน้มว่าเค็ม  ถึงแม้ว่าการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่เพื่อการชลประทานในฤดูแล้ง  โดยการก่อสร้าง

                                                        สถานภาพและการจัดการดินเค็มในประเทศไทย           63
                                                                                    กรมพัฒนาที่ดิน
   72   73   74   75   76   77   78   79   80   81   82