Page 18 - สถานภาพและการจัดการดินเค็มในประเทศไทย
P. 18

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน



             รากดูดน้ำได้น้อยลง  ส่งผลให้น้ำในดินมีแรงดันออสโมติก  (Osmotic Pressure) เพิ่มขึ้น  และความต่างศักย์
             ของน้ำ (water potential) ลดลง  ส่งผลให้เซลล์พืชมีอาการขาดน้ำและอาจถึงตายได้  เพราะน้ำจะไหลจาก

             บริเวณที่มีค่าศักย์สูง  (เกลือเจือจาง) ไปสู่บริเวณที่มีความต่างศักย์ที่ต่ำกว่า  (เกลือเข้มข้น)  เช่นนั้นถ้าดินมีเกลือ
             ในสารละลายดินเข้มข้นกว่าในพืชความเป็นประโยชน์ของดินลดลง  ทำให้พืชไม่สามารถดูดน้ำจากดินได้มี
             ผลกระทบต่อการงอกและการเจริญเติบโตของพืช  และพืชแสดงอาการเฉาหรือขอบใบไหม้  สำหรับการที่มีเกลือ

             ปริมาณมากเกินไปจะเป็นพิษกับพืชโดยเกลือจะเคลื่อนย้ายไปที่ใบแก่  ใบจะซีดไหม้  ทำให้การสังเคราะห์แสง
             ลดลง (Mass, 1990; Munns, 2002; ยงยุทธ; 2559)

                    4) ความเครียดจากปฏิกิริยาออกซิเดชั่น  (oxidative stress) ของพืชที่อยู่ภายใต้ดินที่มีผลกระทบจาก
             เกลือ เกิดจากเซลล์พืชสะสมโซเดียมและคลอไรด์ไอออนมากจนเป็นพิษ  เนื่องจากทำให้สมดุลของเมแทบอลิซึม
             ในเซลล์เสียไป เช่น ลดการตรึงคาร์บอนไดออกไซด์ในกระบวนการสังเคราะห์แสง  ถ้าพืชได้รับความเครียดจาก

             ความเค็มจากเกลือและความแห้งแล้ง ส่งผลให้ปริมาณออกซิเจนในช่วงเวลาที่ความเข้มของแสงสูง
             แสงส่วนเกินจะไปเพิ่มอำนาจการรีดักชันของโซ่  การเคลื่อนย้ายอิเล็กตรอนในคลอโรพลาสต์ให้สูงเกินไป
             อิเล็กตรอนจึงกระโดดไปหาออกซิเจนในบริเวณนั้น  และออกซิเจนธรรมดาจึงกลายเป็น  ROS เรียกว่าปฏิกิริยา
             เมเลอร์ (Mehler reaction) (Heldt, 1997) เมื่อพืชอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม เซลล์พืชจะผลิต

             “ออกซิเจนที่ว่องไวต่อปฏิกิริยา  (reactive oxygen species, ROS)” ออกมา และ ROS มีมากเกินไปในพืชจะ
             เป็นอันตรายต่อเซลล์พืช  (Prochazkova and Wilhelmova,  2011; Sewelan et al., 2016; Sharma
             et al., 2011; Vankova, 2011)

             2.3 การวัดระดับความเค็ม
                    สภาพนำไฟฟ้าหรืออีซี  (electric conductivity: EC) เป็นค่าที่วัดความสามารถในการนำไฟฟ้าของน้ำ

             หรือสารสกัดจากดิน ใช้ประเมินเกลือที่ละลายอยู่ในน้ำหรือสารสกัดจากดิน จึงสามารถวัดปริมาณเกลือ
             ทางอ้อมได้ (สำนักงานราชบัณฑิตยสภา, 2562; Brady and Weil, 2008) US Soil Salinity Laboratory
             Staff (1954) ใช้การนำไฟฟ้าของดินที่สกัดได้จากดินที่อิ่มตัวด้วยน้ำกลั่น  ซึ่งวัดที่อุณหภูมิ  25 องศาเซลเซียส

             หรือเรียกว่าอีซีอี  (ECe) มาใช้ประเมินปริมาณเกลือและอิทธิพลของเกลือในดินต่อการเจริญเติบโตและผลผลิต
             ของพืช (ตารางที่ 2.1)

             ตารางที่ 2.1  ปริมาณเกลือและระดับความเค็มของดินที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช

                     ECe         เกลือในดิน     ระดับความเค็ม
                         -1
                   (dS m )         (%)             ของดิน                     อิทธิพลต่อพืช
                     <2            <0.1      ไม่เค็ม              ไม่มีผลต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตของพืช
                     2-4          0.1-0.2    เค็มน้อย             มีผลต่อพืชที่ไม่ทนเค็ม
                     4-8          0.2-0.4    เค็มปานกลาง          มีผลต่อพืชหลายชนิด
                    8-16          0.4-0.8    เค็มมาก              พืชทนเค็มเท่านั้นที่ยังเจริญเติบโตได้ดี

                    >16            >0.8      เค็มจัด              พืชทนเค็มน้อยชนิดมากที่เจริญเติบโตได้ดี

             ที่มา: US Soil Salinity Laboratory Staff (1954)









               6       สถานภาพและการจัดการดินเค็มในประเทศไทย
                       กรมพัฒนาที่ดิน
   13   14   15   16   17   18   19   20   21   22   23