Page 13 - สถานภาพและการจัดการดินเค็มในประเทศไทย
P. 13
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
บทที่ 1
บทนำ
ดินที่มีผลกระทบจากเกลือ (salt - affected soil) คือ ดินที่มีเกลือที่ละลายได้ในสารละลายดินใน
ปริมาณมากจนส่งผลกระทบกับการเจริญเติบโตของพืชและการบริการทางนิเวศของดิน จัดเป็นภัยคุกคามที่
ท้าทายการผลิตทางการเกษตรในระดับโลก ปัญหาดินที่มีผลกระทบจากเกลือนี้เกิดขึ้นได้ในทุกสภาพอากาศ
ซึ่งมีสาเหตุมาจากปัจจัยธรรมชาติและกิจกรรมของมนุษย์ การเพาะปลูกในพื้นที่ดินนี้จำเป็นต้องมีการปรับปรุง
ฟื้นฟูหากจัดการพื้นที่ไม่ถูกต้องจะเสี่ยงต่อความล้มเหลวในการเพาะปลูก นักวิชาการและเกษตรกรจึงควร
เข้าใจสภาพแวดล้อมการเกิดลักษณะสำคัญและการแจกกระจายของดินที่มีผลกระทบจากเกลือเพื่อช่วยลด
ความเสียหายและนำไปสู่การป้องกันปัญหา สามารถเลือกวิธีปรับปรุงฟื้นฟูดินและกำหนดแนวทางในการ
บริหารจัดการพื้นที่เพื่อเพิ่มศักยภาพในการผลิตทางการเกษตรได้อย่างเหมาะสม
ความเชื่อมโยงระหว่างมนุษย์กับความเค็มของดินมีบันทึกมานานหลายศตวรรษ และบันทึกทาง
ประวัติศาสตร์แสดงให้เห็นว่าอารยธรรมในอดีตจำนวนมากล่มสลาย มีสาเหตุสำคัญมาจากความเค็มของดินใน
พื้นที่เกษตรกรรมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างที่ทราบกันดีและมีการบันทึกอย่างชัดเจน คือ เมโสโปเตเมีย
(ประเทศอิรักในปัจจุบัน) ที่อารยธรรมยุคแรกมีความเจริญรุ่งเรือง แต่อาณาจักรได้ล่มสลายในเวลาต่อมาซึ่งมี
สาเหตุสำคัญส่วนหนึ่งมาจากปัญหาความเค็มของดินที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์เป็นหลัก เอกสารสำคัญที่
ชี้ให้เห็นถึงความเค็มของดินในเมโสโปเตเมีย คือ บันทึกเรื่อง “เกลือและตะกอนในพื้นที่เกษตรกรรมของเมโส
โปเตเมียโบราณ” (Salt and silt in ancient Mesopotamian agriculture) ที่กล่าวถึงประวัติศาสตร์ของ
ความเค็มของดินในเมโสโปเตเมียในสามช่วงหลัก ๆ ได้แก่ ตั้งแต่ 1,700 - 2,400 ปีก่อนคริสต์ศักราช เป็นช่วง
เริ่มแรกที่มีการบันทึก ซึ่งผลกระทบจากความเค็มของดินส่งผลร้ายแรงมากต่อพื้นที่ทางตอนใต้ของอิรัก ต่อมา
ในช่วงระหว่าง 900 - 1,200 ปีก่อนคริสตกาล มีรายงานว่าความเค็มของดินอยู่ในระดับความรุนแรงปานกลาง
ในพื้นที่ตอนกลางของอิรัก และช่วงสุดท้าย ตั้งแต่ 1,200 ปีหลังคริสต์ศักราชเป็นต้นมา มีรายงานว่าพื้นที่ทาง
ตะวันออกของแบกแดดกลายเป็นพื้นที่ดินที่มีผลกระทบจากความเค็มของเกลือในดิน (Jacobsen and Adams,
1958) สาเหตุหลักของการเกิดเกลือในดินเหล่านี้ ได้แก่ การเกิดน้ำท่วม การชลประทานมากเกินไป การซึมของ
น้ำการตกตะกอนและระดับน้ำที่เพิ่มขึ้น (Gelburd, 1985)
ในส่วนของประเทศไทย โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เกลือเป็นส่วนหนึ่งของทะเลโบราณใน
ยุคครีเทเซียสที่ไหลเข้าสู่แผ่นทวีป เมื่อแผ่นดินยกตัวขึ้นทำให้เกิดแอ่งเกลือฝังอยู่ใต้ดิน 2 แอ่ง ได้แก่
แอ่งสกลนคร และแอ่งโคราช ขอบแอ่งที่ยกตัวขึ้นนั้นก็ได้กั้นให้เกิดเป็นทะเลปิด น้ำทะเลที่ถูกขังอยู่ในแอ่งนานวัน
เข้าน้ำเค็มเหล่านี้ก็ถูกแสงแดดแผดเผาจนเหลือเป็นเพียงตะกอนเกลือหินและแร่โพแตชที่พบไม่กี่แห่งในโลก
นอกจากนั้น ยังพบหลักฐานการผลิตเกลือตั้งแต่ยุคเหล็กหรือ 2,500 ปี ในเขตจังหวัดนครราชสีมา สกลนคร และ
ทุ่งกุลาร้องไห้ ด้วยระยะเวลาการผลิตที่ต่อเนื่องยาวนานจนกระทั่งถึงยุคอีสานพัฒนาปี 2504 (อมฤต และคณะ,
2562) เกลือและเหล็กที่ทุ่งกุลาร้องไห้เป็นทรัพยากรมีค่า ส่งผลให้มีการค้าข้ามภูมิภาค และผลักดันให้มีบ้านเมือง
และรัฐตั้งอยู่บริเวณแอ่งและขอบทุ่งกุลาร้องไห้ แต่หากมองในภาพของการเกษตรกรรม ผลจากการละลายของ
เกลือหินหรือจากน้ำใต้ดินที่มีเกลือละลายน้ำอยู่มากนี้จะปลดปล่อยเกลือออกมาในสารละลายดิน ในพื้นที่
เดียวกัน ดินจะมีความเค็มไม่สม่ำเสมอ จะแตกต่างกันระหว่างชั้นดินและเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล เกลือ
เคลื่อนที่ขึ้นมาสะสมในชั้นดินบนช่วงฤดูแล้ง แต่ในช่วงฤดูฝน เกลือจะถูกชะกลับไปสะสมที่ชั้นดินล่าง ทำให้ดินมี
สถานภาพและการจัดการดินเค็มในประเทศไทย 1
กรมพัฒนาที่ดิน

