Page 21 - สถานภาพและการจัดการดินเค็มในประเทศไทย
P. 21

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน


                          2.4.3 จำแนกตามระบบอนุกรมวิธานดิน
                                อนุกรมวิธานดิน  (Soil Taxonomy) เป็นระบบการจำแนกดินของกระทรวงเกษตร
                          2.4.3 จำแนกตามระบบอนุกรมวิธานดิน
                  สหรัฐอเมริกาที่นักวิทยาศาสตร์ทางดินในประเทศไทยนิยมใช้ในปัจจุบัน  เนื่องจากสามารถแปลความหมายจาก
                                อนุกรมวิธานดิน  (Soil Taxonomy) เป็นระบบการจำแนกดินของกระทรวงเกษตร
                             2.4.3 จำแนกตามระบบอนุกรมวิธานดิน
                  ชื่อการจำแนกในเชิงการใช้ที่ดินได้เป็นอย่างดี (เอิบ, 2542) Soil Survey Staff (2014) กำหนดเกณฑ์การจำแนก
                  สหรัฐอเมริกาที่นักวิทยาศาสตร์ทางดินในประเทศไทยนิยมใช้ในปัจจุบัน  เนื่องจากสามารถแปลความหมายจาก
                                  อนุกรมวิธานดิน  (Soil Taxonomy) เป็นระบบการจำแนกดินของกระทรวงเกษตร
                  ดินที่มีผลกระทบจากเกลือ  โดยใช้ลักษณะเด่นที่แสดงอิทธิพลของการสะสมเกลือในดิน  4 ลักษณะ ดังนี้
                  ชื่อการจำแนกในเชิงการใช้ที่ดินได้เป็นอย่างดี (เอิบ, 2542) Soil Survey Staff (2014) กำหนดเกณฑ์การจำแนก
                     สหรัฐอเมริกาที่นักวิทยาศาสตร์ทางดินในประเทศไทยนิยมใช้ในปัจจุบัน  เนื่องจากสามารถแปลความหมายจาก
                                1) การพบชั้นดินวินิจฉัยนาทริก (natric horizon) ซึ่งเป็นชั้นอาร์จิลลิก (สะสมดินเหนียว)  ที่มี
                    ดินที่มีผลกระทบจากเกลือ  โดยใช้ลักษณะเด่นที่แสดงอิทธิพลของการสะสมเกลือในดิน  4 ลักษณะ ดังนี้ แนก
                     ชื่อการจำแนกในเชิงการใช้ที่ดินได้เป็นอย่างดี (เอิบ, 2542) Soil Survey Staff (2014) กำหนดเกณฑ์การจำ
                    ปริมาณโซเดียมสูง  มีลักษณะโครงสร้างดินแบบแท่งหรือแบบก้อนเหลี่ยม  (ภาพที่ 2.1) และมีลักษณะอย่างใด
                                1) การพบชั้นดินวินิจฉัยนาทริก (natric horizon) ซึ่งเป็นชั้นอาร์จิลลิก (สะสมดินเหนียว)  ที่มี
                     ดินที่มีผลกระทบจากเกลือ  โดยใช้ลักษณะเด่นที่แสดงอิทธิพลของการสะสมเกลือในดิน  4 ลักษณะ ดังนี้
                  อย่างหนึ่งดังต่อไปนี้   1) การพบชั้นดินวินิจฉัยนาทริก (natric horizon) ซึ่งเป็นชั้นอาร์จิลลิก (สะสมดินเหนียว)  ที่มี


                  ปริมาณโซเดียมสูง  มีลักษณะโครงสร้างดินแบบแท่งหรือแบบก้อนเหลี่ยม  (ภาพที่ 2.1) และมีลักษณะอย่างใด

                  อย่างหนึ่งดังต่อไปนี้   1.1) มีค่าอีเอสพี ตั้งแต่ 15 ขึ้นไป (หรือมีค่าเอสเออาร์ ตั้งแต่ 13 ขึ้นไป) ในชั้นย่อย
                    ปริมาณโซเดียมสูง  มีลักษณะโครงสร้างดินแบบแท่งหรือแบบก้อนเหลี่ยม  (ภาพที่ 2.1) และมีลักษณะอย่างใด
                     อย่างหนึ่งดังต่อไปนี้
                    อย่างน้อย 1 ชั้น ภายใน 40 เซนติเมตร จากขอบเขตบนของชั้นดินวินิจฉัยนาทริก หรือ
                                 1.1) มีค่าอีเอสพี ตั้งแต่ 15 ขึ้นไป (หรือมีค่าเอสเออาร์ ตั้งแต่ 13 ขึ้นไป) ในชั้นย่อย
                                   1.1) มีค่าอีเอสพี ตั้งแต่ 15 ขึ้นไป (หรือมีค่าเอสเออาร์ ตั้งแต่ 13 ขึ้นไป) ในชั้นย่อย


                                 1.2) มีค่าผลบวกของแมกนีเซียมและโซเดียมที่แลกเปลี่ยนได้  มากกว่าผลบวกของแคลเซียม
                  อย่างน้อย 1 ชั้น ภายใน 40 เซนติเมตร จากขอบเขตบนของชั้นดินวินิจฉัยนาทริก หรือ
                     อย่างน้อย 1 ชั้น ภายใน 40 เซนติเมตร จากขอบเขตบนของชั้นดินวินิจฉัยนาทริก หรือ
                    กับความเป็นกรดแลกเปลี่ยน (exchange acidity: EA) ที่พีเอช 8.2 ในชั้นย่อยอย่างน้อย 1 ชั้น ภายใน 40
                                 1.2) มีค่าผลบวกของแมกนีเซียมและโซเดียมที่แลกเปลี่ยนได้  มากกว่าผลบวกของแคลเซียม
                                   1.2) มีค่าผลบวกของแมกนีเซียมและโซเดียมที่แลกเปลี่ยนได้  มากกว่าผลบวกของแคลเซียม

                  เซนติเมตร จากขอบเขตบนของชั้นดินวินิจฉัยนาทริก  มีค่าอีเอสพี  ตั้งแต่ 15 ขึ้นไป (หรือมีค่าเอสเออาร์  ตั้งแต่
                  กับความเป็นกรดแลกเปลี่ยน (exchange acidity: EA) ที่พีเอช 8.2 ในชั้นย่อยอย่างน้อย 1 ชั้น ภายใน 40
                     กับความเป็นกรดแลกเปลี่ยน (exchange acidity: EA) ที่พีเอช 8.2 ในชั้นย่อยอย่างน้อย 1 ชั้น ภายใน 40
                  13 ขึ้นไป) ในชั้นย่อยอย่างน้อย 1 ชั้น ภายในระดับความลึก 200 เซนติเมตร จากผิวหน้าดินแร่
                  เซนติเมตร จากขอบเขตบนของชั้นดินวินิจฉัยนาทริก  มีค่าอีเอสพี  ตั้งแต่ 15 ขึ้นไป (หรือมีค่าเอสเออาร์  ตั้งแต่
                     เซนติเมตร จากขอบเขตบนของชั้นดินวินิจฉัยนาทริก  มีค่าอีเอสพี  ตั้งแต่ 15 ขึ้นไป (หรือมีค่าเอสเออาร์  ตั้งแต่
                                2) การพบชั้นดินล่างวินิจฉัยเซลิก (salic horizon) เป็นชั้นที่มีการสะสมเกลือที่ละลายง่ายกว่า
                    13 ขึ้นไป) ในชั้นย่อยอย่างน้อย 1 ชั้น ภายในระดับความลึก 200 เซนติเมตร จากผิวหน้าดินแร่
                     13 ขึ้นไป) ในชั้นย่อยอย่างน้อย 1 ชั้น ภายในระดับความลึก 200 เซนติเมตร จากผิวหน้าดินแร่
                    ยิปซัมในน้ำเย็น  มีความหนาตั้งแต่  15 เซนติเมตร  ขึ้นไป และมีค่าอีซีอี  ตั้งแต่ 30 เดซิซีเมนส์ต่อเมตร  ขึ้นไป
                                2) การพบชั้นดินล่างวินิจฉัยเซลิก (salic horizon) เป็นชั้นที่มีการสะสมเกลือที่ละลายง่ายกว่า

                                  2) การพบชั้นดินล่างวินิจฉัยเซลิก (salic horizon) เป็นชั้นที่มีการสะสมเกลือที่ละลายง่ายกว่า
                  และมีผลคูณของค่าอีซีอีในหน่วยเดซิซีเมนส์ต่อเมตร  กับความหนาของชั้นมากกว่าหรือเท่ากับ  900 ในช่วงเวลา
                  ยิปซัมในน้ำเย็น  มีความหนาตั้งแต่  15 เซนติเมตร  ขึ้นไป และมีค่าอีซีอี  ตั้งแต่ 30 เดซิซีเมนส์ต่อเมตร  ขึ้นไป
                     ยิปซัมในน้ำเย็น  มีความหนาตั้งแต่  15 เซนติเมตร  ขึ้นไป และมีค่าอีซีอี  ตั้งแต่ 30 เดซิซีเมนส์ต่อเมตร  ขึ้นไป
                  อย่างน้อย 90 วันต่อเนื่องต่อปี ในปีปกติ
                  และมีผลคูณของค่าอีซีอีในหน่วยเดซิซีเมนส์ต่อเมตร  กับความหนาของชั้นมากกว่าหรือเท่ากับ  900 ในช่วงเวลา
                     และมีผลคูณของค่าอีซีอีในหน่วยเดซิซีเมนส์ต่อเมตร  กับความหนาของชั้นมากกว่าหรือเท่ากับ  900 ในช่วงเวลา
                                3) การพบลักษณะที่ใช้ในการจำแนกกลุ่มดินใหญ่ฮาลาเควปท์  (Halaquepts)  และกลุ่มดิน
                    อย่างน้อย 90 วันต่อเนื่องต่อปี ในปีปกติ
                     อย่างน้อย 90 วันต่อเนื่องต่อปี ในปีปกติ
                    ย่อยโซดิก  (Sodic Subgroup)  ดินต้องมีค่าอีเอสพี  ตั้งแต่  15 ขึ้นไป (หรือมีค่าเอสเออาร์  ตั้งแต่  13 ขึ้นไป)
                                3) การพบลักษณะที่ใช้ในการจำแนกกลุ่มดินใหญ่ฮาลาเควปท์  (Halaquepts)  และกลุ่มดิน
                                  3) การพบลักษณะที่ใช้ในการจำแนกกลุ่มดินใหญ่ฮาลาเควปท์  (Halaquepts)  และกลุ่มดิน

                  ภายในระดับความลึก 100 เซนติเมตร จากผิวหน้าดินแร่ ในช่วงเวลาอย่างน้อย 6 เดือน ในปีปกติ
                  ย่อยโซดิก  (Sodic Subgroup)  ดินต้องมีค่าอีเอสพี  ตั้งแต่  15 ขึ้นไป (หรือมีค่าเอสเออาร์  ตั้งแต่  13 ขึ้นไป)
                     ย่อยโซดิก  (Sodic Subgroup)  ดินต้องมีค่าอีเอสพี  ตั้งแต่  15 ขึ้นไป (หรือมีค่าเอสเออาร์  ตั้งแต่  13 ขึ้นไป)
                                4) การพบลักษณะที่ใช้ในการจำแนกกลุ่มดินย่อยเฮลิก (Halic Subgroup)
                    ภายในระดับความลึก 100 เซนติเมตร จากผิวหน้าดินแร่ ในช่วงเวลาอย่างน้อย 6 เดือน ในปีปกติ ดินมีค่าอีซีอี
                     ภายในระดับความลึก 100 เซนติเมตร จากผิวหน้าดินแร่ ในช่วงเวลาอย่างน้อย 6 เดือน ในปีปกติ
                    มากกว่าหรือเท่ากับ  15 เดซิซีเมนส์ต่อเมตร  ภายในระดับความลึก  100 เซนติเมตรจากผิวหน้าดินแร่  ในช่วง
                                4) การพบลักษณะที่ใช้ในการจำแนกกลุ่มดินย่อยเฮลิก (Halic Subgroup) ดินมีค่าอีซีอี
                                  4) การพบลักษณะที่ใช้ในการจำแนกกลุ่มดินย่อยเฮลิก (Halic Subgroup) ดินมีค่าอีซีอี

                  เวลาอย่างน้อย 6 เดือนในปีปกติ
                     มากกว่าหรือเท่ากับ  15 เดซิซีเมนส์ต่อเมตร  ภายในระดับความลึก  100 เซนติเมตรจากผิวหน้าดินแร่  ในช่วง
                  มากกว่าหรือเท่ากับ  15 เดซิซีเมนส์ต่อเมตร  ภายในระดับความลึก  100 เซนติเมตรจากผิวหน้าดินแร่  ในช่วง
                  เวลาอย่างน้อย 6 เดือนในปีปกติ  ดินที่มีผลกระทบจากเกลือบริเวณชายทะเลส่วนใหญ่มีการสะสมสารประกอบ
                     เวลาอย่างน้อย 6 เดือนในปีปกติ
                                อย่างไรก็ตาม
                                  อย่างไรก็ตาม  ดินที่มีผลกระทบจากเกลือบริเวณชายทะเลส่วนใหญ่มีการสะสมสารประกอบ
                  กำมะถันด้วย  ดินดังกล่าวนี้จึงเป็นทั้งดินที่มีผลกระทบจากเกลือและดินเปรี้ยวจัด  (พิสุทธิ์, 2530; วุฒิชาติ,
                                อย่างไรก็ตาม  ดินที่มีผลกระทบจากเกลือบริเวณชายทะเลส่วนใหญ่มีการสะสมสารประกอบ
                     กำมะถันด้วย  ดินดังกล่าวนี้จึงเป็นทั้งดินที่มีผลกระทบจากเกลือและดินเปรี้ยวจัด  (พิสุทธิ์, 2530; วุฒิชาติ,
                  2542) ซึ่งตามระบบอนุกรมวิธานดินจะจำแนกเป็นดินเปรี้ยวจัด  ทำให้ชื่อการจำแนกสื่อถึงการเป็นดินเปรี้ยวจัด
                  กำมะถันด้วย  ดินดังกล่าวนี้จึงเป็นทั้งดินที่มีผลกระทบจากเกลือและดินเปรี้ยวจัด  (พิสุทธิ์, 2530; วุฒิชาติ,
                     2542) ซึ่งตามระบบอนุกรมวิธานดินจะจำแนกเป็นดินเปรี้ยวจัด  ทำให้ชื่อการจำแนกสื่อถึงการเป็นดินเปรี้ยวจัด
                  มากกว่าดินที่มีผลกระทบจากเกลือ  เช่น Typic Sulfaquents  และ Sulfic Endoaquents  จึงเป็นข้อสังเกตว่า
                  2542) ซึ่งตามระบบอนุกรมวิธานดินจะจำแนกเป็นดินเปรี้ยวจัด  ทำให้ชื่อการจำแนกสื่อถึงการเป็นดินเปรี้ยวจัด
                     มากกว่าดินที่มีผลกระทบจากเกลือ  เช่น Typic Sulfaquents  และ Sulfic Endoaquents  จึงเป็นข้อสังเกตว่า
                  การจัดทำฐานข้อมูลดินดังกล่าวนี้ จำเป็นต้องมีผลวิเคราะห์สมบัติดินที่เกี่ยวข้องกับการสะสมเกลือในดินด้วย
                  มากกว่าดินที่มีผลกระทบจากเกลือ  เช่น Typic Sulfaquents  และ Sulfic Endoaquents  จึงเป็นข้อสังเกตว่า
                     การจัดทำฐานข้อมูลดินดังกล่าวนี้ จำเป็นต้องมีผลวิเคราะห์สมบัติดินที่เกี่ยวข้องกับการสะสมเกลือในดินด้วย
                    การจัดทำฐานข้อมูลดินดังกล่าวนี้ จำเป็นต้องมีผลวิเคราะห์สมบัติดินที่เกี่ยวข้องกับการสะสมเกลือในดินด้วย







                    ภาพที่ 2.1  ลักษณะโครงสร้างดินแบบแท่งในชั้นดินวินิจฉัยนาทริกของหน้าตัดดินที่มีผลกระทบจากเกลือ
                     ภาพที่ 2.1  ลักษณะโครงสร้างดินแบบแท่งในชั้นดินวินิจฉัยนาทริกของหน้าตัดดินที่มีผลกระทบจากเกลือ
                  ภาพที่ 2.1  ลักษณะโครงสร้างดินแบบแท่งในชั้นดินวินิจฉัยนาทริกของหน้าตัดดินที่มีผลกระทบจากเกลือ
                                                        สถานภาพและการจัดการดินเค็มในประเทศไทย            9
                                                                                    กรมพัฒนาที่ดิน
   16   17   18   19   20   21   22   23   24   25   26