Page 47 - การกักเก็บคาร์บอนในดินตัวแทนหลักภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
P. 47
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
35
บางส่วนมีชั้นหินปูนกรวดมนเป็นชั้นบางๆ และหินทรายแป้งปน เม็ดปูนแทรกสลับ พบบริเวณพื้นที่
ลูกคลื่นลอนลาดทางตอนล่างของพื้นที่ มีอายุอยู่ในยุคครีเทเชียส
(8) หมวดหินมหาสารคาม (Maha Sarakham Formation: KTms) เป็นหินทรายและหิน
ทรายแป้ง สีแดง มีการเรียงตัวของชั้นหินชัดเจน และบางแห่งมีคราบเกลือบนพื้นผิว พบบริเวณพื้นที่ลูก
คลื่นลอนลาดทางตอนบนของพื้นที่มีอายุอยู่ในยุคครีเทเชียสตอนบนถึงเทอร์เธียรีตอนล่าง อายุประมาณ
135 - 63 ล้านปี
(9) หมวดหินภูทอก (KTpt) มีอายุในช่วงประมาณ 145 - 65 ล้านปี ประกอบด้วยหินทราย
เนื้อละเอียดสีแดง มีชั้นเฉียงสลับขนาดใหญ่ และหินทรายสีแดง พบชั้นเฉียงสลับขนาดเล็ก ความหนาของ
หมวดหินนี้ไม่ต่ ากว่า 200 เมตร โดยที่บริเวณชั้นหินแบบฉบับที่เขาภูทอกน้อย อ าเภอศรีวิไล จังหวัด
หนองคายมีความหนาประมาณ 139 เมตร หมวดหินภูทอกโผล่กระจายตัวทั่วไปตามกลางแอ่งที่ราบสูง
โคราชในบริเวณที่ไม่มีดินปกคลุม หินทรายนี้เกิดจากการสะสมตัวในสภาพแวดล้อมแบบตะกอนพัดพาจาก
น้ าและลม
2) หินมหายุคซีโนโซอิก ยังไม่มีหลักฐานยืนยันแน่นอนว่ามีหินยุคเทอร์เชียรีซึ่งเป็นส่วนล่างของ
มหายุคซีโนโซอิกในบริเวณที่ราบสูงโคราช นอกจากอนุมานจากชั้นหินที่ไม่แข็งตัวเหนือชั้นเกลือของหมวด
หินมหาสารคามยุคครีเทเชียส และอยู่ใต้ชั้นกรวดยุคควอเทอร์นารีที่พบไม้กลายเป็นหิน
3) ตะกอนยุคควอเทอร์นารี ในที่ราบสูงโคราชพบตะกอนยุคควอเทอร์นารีอยู่ใต้ระดับผิวดิน มี
อายุเริ่มต้นตั้งแต่ 1.8 ล้านปีจนถึงปัจจุบัน ยุคนี้แบ่งย่อยออกเป็น 2 สมัยคือ สมัยไพลสโตซีนมีอายุ
ประมาณ 1.8 ล้านปีจนถึง 10,000 ปี และสมัยโฮโลซีน (Holocene) มีอายุประมาณตั้งแต่ 10,000 ปี
จนถึงปัจจุบัน
(1) ตะกอนธารน้ าพาในยุคควอเทอร์นารี (Qa) มีอายุประมาณ 10,000 ปี โดยเกิดจาก
กระบวนการพัดพาและสะสมโดยทางน้ าของอนุภาคขนาดกรวด ทราย ทรายแป้ง และดินเหนียว ตามร่อง
น้ าและที่ราบน้ าท่วมถึง พบมากบริเวณตอนกลางของพื้นที่
(2) ตะกอนตะพักในยุคควอเทอร์นารี (Qt) มีอายุประมาณ 1.8 ล้านปี เกิดจากกระบวนการพัดพา
และสะสมของตะกอนต่างๆ โดยทางน้ าในอดีต ที่ปัจจุบันถูกยกตัวขึ้นเป็นตะพัก พบมากบริเวณตอนกลาง
ของพื้นที่
4) หินอัคนี หินอัคนีในพื้นที่ประกอบไปด้วย
หินอัคนีแทรกซอน ชนิดหินแกรนิต–แกรโนไดออไรต์ โดยแทรกดันเข้าไปในชั้นหินปูนซึ่งมีอายุ
มากกว่า โดยหินแกรนิตเป็นตัวนาพาความร้อนที่ท าให้หินปูนเกิดการแปรสภาพเป็นหินอ่อน พบอย่าง
กว้างขวางในเขตอ าเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา
หินอัคนีพุ หรือหินภูเขาไฟที่ประกอบไปด้วย 1) หินไรโอไลต์ แอนดีไซต์ ทัฟฟ์ หินกรวดเหลี่ยม
ภูเขาไฟ ปรากฏบริเวณขอบของที่ราบสูงโคราชทางตะวันตกเฉียงใต้ และ 2) หินบะซอลต์พบกระจายเป็น
บริเวณเล็กบนที่ราบสูงโคราชด้านใต้ ตั้งแต่จังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และจังหวัด
อุบลราชธานี หินบะซอลต์บริเวณดังกล่าวไหลปกคลุมพื้นที่ของกลุ่มหินโคราชทาให้เกิดเป็นเนินที่ราบ และ
ในหลายบริเวณยังคงมีลักษณะภูเขาไฟเก่าเหลืออยู่ มีอายุประมาณ 3.28 + 0.48 ล้านปีถึง 0.92 + 0.3
ล้านปี (ยุคเทอร์เชียรี-ควอเทอร์นารี)
5) หินแปร หินแปรพบเป็นแห่งๆ ในเขตอ าเภอปากช่อง เป็นหินแปรที่เกิดจากการแปรสัมผัส
เนื่องจากอิทธิพลการแทรกดันของหินอัคนีเข้าไปในหินที่มีอายุแก่กว่า ท าให้หินเดิมเกิดการแปรสภาพไป

