Page 84 - เอกสารประกอบการประชุมวิชาการกรมพัฒนาที่ดิน ปี2560 วิชาการงานพัฒนาที่ดิน ขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตเกษตรกรสู่ความยั่งยืน : ระหว่างวันที่ 19-21 กรกฎาคม 2560 ณ โรงแรมสยามออเรียนทัล อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
P. 84
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
ประชุมวิชาการกรมพัฒนาที่ดิน ปี 2560 “วิชาการงานพัฒนาที่ดิน ขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตเกษตรกรสู่ความยั่งยืน” วันที่ 19 - 21 กรกฎาคม 2560
ต่อกิโลกรัม) แสดงว่ามีการดูดดึงฟอสฟอรัสไปใช้ในการเจริญเติบโตของแตงโม จนเหลือฟอสฟอรัสในดินน้อยลง
แต่กรณีที่ฟอสฟอรัสมีปริมาณไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเมื่อเทียบกับก่อนการทดลองนั นเป็นผลเนื่องจากเกิด
กิจกรรมการแปรสภาพฟอสฟอรัสโดยจุลินทรีย์ในดินอย่างสมดุล ซึ่งฟอสฟอรัสจะไม่ถูกดูดยึดโดยสารประกอบ
แร่ธาตุบางชนิดในดิน ได้แก่ เหล็ก หรือ อลูมินั่ม เนื่องจากสภาพปฏิกิริยาดินที่เหมาะสม จากการปรับค่าด้วย
โดโลไมท์
เมื่อหาค่าเฉลี่ยทั ง 3 ปี ต ารับที่ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 16-16-16 จะมีปริมาณฟอสฟอรัสในดินเหลือมากที่สุด
คือ 67.78 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม รองลงมาคือ ต ารับที่ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 13-13-21 จะมีปริมาณฟอสฟอรัสในดิน
53.41 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม
การจัดการดินโดยการใส่ปุ๋ยเคมี หรือปุ๋ยอินทรีย์ร่วมกับปุ๋ยเคมีในสัดส่วนต่างกันลงในชุดดินบ้านไผ่
พบว่าหลังจากการเก็บเกี่ยวผลผลิตแตงโม การใส่ปุ๋ยมีผลท าให้ฟอสฟอรัสในดินมีความเป็นประโยชน์ต่อพืชมี
แนวโน้มเพิ่มขึ น การที่ระดับฟอสฟอรัสในรูปเป็นประโยชน์ต่อพืชเพิ่มขึ นเนื่องจากธาตุอาหารที่ได้จากปุ๋ยเคมี
และปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงจะมีสารอินทรีย์พวก citrate, tartrate และ oxalate สารดังกล่าวนี จะรวมตัวกับแร่
ธาตุพวกเหล็กหรืออลูมินั่มเกิดเป็นสารประกอบเชิงซ้อนซึ่งเกิดการละลายของแร่ธาตุเหล่านี น้อยลง ในที่สุดจะ
ได้ฟอสฟอรัสอยู่ในรูปที่เป็นประโยชน์มากขึ น (ปรัชญาและคณะ, 2534) และในขณะเดียวกันพืชจะได้รับ
ฟอสฟอรัสอีกส่วนหนึ่งจากปุ๋ยที่ใส่ลงในดินด้วย และมีการปลดปล่อยธาตุอาหารดังกล่าวออกมา เนื่องจากปุ๋ย
อินทรีย์คุณภาพสูงมีฟอสฟอรัสอยู่ในระดับค่อนข้างสูง ซึ่งปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงที่น ามาใส่ในแปลงปลูกแตงโม
นั นได้มาจากการหมักวัสดุกากถั่วเหลือง ร าละเอียด มูลสัตว์ หินฟอสเฟต และมูลค้างคาว ซึ่งเมื่อวิเคราะห์
ปริมาณธาตุอาหารฟอสฟอรัส จะมีปริมาณ 3.49-4.94 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตามการเพิ่มอินทรียวัตถุให้กับดิน
ในรูปของปุ๋ยอินทรีย์ดังกล่าวจะเป็นการส่งเสริมกิจกรรมของจุลินทรีย์ที่ท าให้เกิดกระบวนการปลดปล่อย
ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ต่อพืช
1.2 ปริมาณโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้ จากการใช้ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง ปรับปรุงดินทรายชุดดิน
บ้านไผ่ เพื่อปลูกแตงโมและฉีดพ่นน าหมักสมุนไพรไล่แมลงศัตรู หลังจากการเก็บเกี่ยวผลผลิตแตงโม อายุเก็บ
เกี่ยว 60 วัน จะมีปริมาณโพแทสเซียมปลดปล่อยออกมาในดินเพิ่มขึ นอย่างชัดเจนในปีที่ 1 เมื่อเทียบกับก่อน
การทดลองจากค่าเฉลี่ย 64 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม เป็น 250 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม โดยที่ต ารับการใส่ปุ๋ยเคมี
½ อัตราค าแนะน าร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์ 600 กิโลกรัมต่อไร่ มีค่าปริมาณโพแทสเซียมสูงสุด 293.33 มิลลิกรัมต่อ
กิโลกรัม และมีค่าเฉลี่ยลดลงในปีที่ 2 เป็น 73.33 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม โดยมีปริมาณโพแทสเซียมสูงสุดในต ารับ
ที่ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 16-16-16 คือ 132 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม แล้วลดลงเล็กน้อยในปีที่ 3 มีค่าเฉลี่ย 57.38
มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม โดยมีค่าปริมาณโพแทสเซียมสูงในต ารับที่ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 13-13-21 และปุ๋ยเคมีสูตร
16-16-16 เป็น 89.33 และ 88.00 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม และมีค่าเฉลี่ยทั ง 3 ปี คือ 133 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม
การใช้ปุ๋ยตามต ารับการทดลอง พบว่า ไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติ มีปริมาณธาตุโพแทสเซียม
ใกล้เคียงกัน ในกรณีที่มีการเพิ่มปุ๋ยอินทรีย์ในสัดส่วนต่างๆ ให้กับดิน ซึ่งท าให้ระดับโพแทสเซียมที่เป็น
ประโยชน์ในดินเพิ่มขึ นในปีแรก แต่เนื่องจากแตงโมจ าเป็นต้องใช้ปุ๋ยโพแทสเซียมมากในการเจริญเติบโตให้
62

