Page 85 - เอกสารประกอบการประชุมวิชาการกรมพัฒนาที่ดิน ปี2560 วิชาการงานพัฒนาที่ดิน ขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตเกษตรกรสู่ความยั่งยืน : ระหว่างวันที่ 19-21 กรกฎาคม 2560 ณ โรงแรมสยามออเรียนทัล อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
P. 85
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
ประชุมวิชาการกรมพัฒนาที่ดิน ปี 2560 “วิชาการงานพัฒนาที่ดิน ขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตเกษตรกรสู่ความยั่งยืน” วันที่ 19 - 21 กรกฎาคม 2560
ผลผลิต โพแทสเซียมจึงถูกดึงไปใช้เป็นจ านวนมาก ท าให้โพแทสเซียมในดินหลังเก็บผลผลิตลดลงในปีที่ 2 และ
ปีที่ 3 ค่าโพแทสเซียม ต่ ากว่าก่อนการทดลองเล็กน้อย
การปลดปล่อยโพแทสเซียมในปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง จะช้ากว่าปุ๋ยเคมี ซึ่งมีโอกาสสูญเสียธาตุอาหารไป
จากดินได้ง่าย แต่ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงจะปลดปล่อยโพแทสเซียมออกมาทีละน้อยและท าให้มีผลตกค้างอยู่ใน
ดินค่อนข้างสูง
1.3 ปริมาณแคลเซียมที่แลกเปลี่ยนได้ จากการที่แคลเซียมเป็นธาตุอาหารรองและอยู่ในองค์ประกอบ
ของดิน วัสดุเศษพืชและวัสดุปรับปรุงดินในปริมาณมากกว่าธาตุชนิดอื่น ซึ่งพืชมีความต้องการในปริมาณมาก
เช่นกัน เพื่อการเจริญเติบโตของรากพืช และช่วยในการยกระดับความเป็นกรดเป็นด่างของดินให้สูงขึ นด้วย ท า
ให้ธาตุอาหารพืชถูกตรึงน้อยลง ปริมาณแคลเซียมในชุดดินบ้านไผ่หลังจากใส่สารปรับปรุงดินโดโลไมท์ จะท าให้
มีปริมาณแคลเซียมในดินสูงขึ น ขณะเดียวกันในต ารับที่ใส่ปุ๋ยอินทรีย์จะมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ น ตามปริมาณปุ๋ย
อินทรีย์ที่เพิ่มขึ น หลังเก็บผลผลิตแตงโม แคลเซียมจะถูกดึงดูดไปใช้ในพืช และบางส่วนถูกชะละลายไปกับน า
อย่างไรก็ตามยังคงมีแคลเซียมในดินสูงกว่าก่อนท าการทดลอง ในทุกแปลงทดลอง โดยมีปริมาณธาตุแคลเซียม
ก่อนการทดลองจาก 69 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม หลังเก็บเกี่ยวผลผลิตปีที่ 1 ปริมาณแคลเซียมโดยรวมมีค่าเฉลี่ย
114.33 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม หลังเก็บเกี่ยวผลผลิตปีที่ 2 ปริมาณแคลเซียมโดยรวมมีค่าเฉลี่ย 122.29 มิลลิกรัม
ต่อกิโลกรัม หลังเก็บเกี่ยวผลผลิตปีที่ 3 ปริมาณแคลเซียมโดยรวมมีค่าเฉลี่ย 178.29 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม
โดยเฉลี่ยตลอด 3 ปี เป็น 138 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม แคลเซียมที่ได้เพิ่มขึ นในดินนี มาจากการใส่สารปรับปรุงดิน
โดโลไมท์และส่วนประกอบของปุ๋ยอินทรีย์ดังกล่าว
1.4 ปริมาณแมกนีเซียมที่แลกเปลี่ยนได้ แมกนีเซียมเป็นธาตุอาหารรองที่พืชมีความต้องการใน
ปริมาณค่อนข้างสูงแต่จะน้อยกว่าแคลเซียม แมกนีเซียมเป็นธาตุอาหารที่มีความจ าเป็นต่อการสร้างคลอโรฟิลล์
ในพืช และรวมถึงการแบ่งเซลล์ของพืชด้วย ซึ่งแมกนีเซียมได้มาจากการสลายตัวของอินทรียสารด้วย (ถวิล,
2540) มีลักษณะการเปลี่ยนแปลงระดับความเป็นประโยชน์ของแมกนีเซียมในชุดดินบ้านไผ่หลังการเก็บผลผลิต
แตงโมนั นจะคล้ายกันกับการเปลี่ยนแปลงของแคลเซียมในดิน เนื่องจากมีการปรับปรุงดินด้วยโดโลไมท์ ใส่ปุ๋ย
อินทรีย์ในสัดส่วนต่างกัน มีผลท าให้ระดับแมกนีเซียมในดินหลังจากเก็บผลผลิตแตงโมเพิ่มขึ นมาก โดยก่อนการ
ทดลองมีปริมาณแมกนีเซียม 25 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ในปีแรกหลังการเก็บเกี่ยวผลผลิตแตงโมมีค่าแมกนีเซียม
โดยเฉลี่ย 41.38 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ในปีที่ 2 เพิ่มขึ นเป็น 45.62 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม และในปีที่ 3 เพิ่มขึ น
เป็น 47.14 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ในแปลงทดลองที่ใส่ปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดิน ปุ๋ยเคมีตามอัตราค าแนะน า
ปุ๋ยเคมี ½ อัตราแนะน า+ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง 600 กิโลกรัมต่อไร่ ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง 300 กิโลกรัมต่อไร่
ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง 600 กิโลกรัมต่อไร่ ปุ๋ยเคมี ½ อัตราแนะน า+ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง อัตรา 150 กิโลกรัม
ต่อไร่ และ ปุ๋ยเคมี ½ อัตราแนะน า+ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง 300 กิโลกรัมต่อไร่ มีปริมาณธาตุแมกนีเซียม
เพิ่มขึ นจาก 25 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม เป็น 34.78, 46.56, 48.00, 48.67, 43.22, 44.11 และ 47.67 มิลลิกรัม
ต่อกิโลกรัม โดยเฉลี่ย 3 ปี ตามล าดับ แมกนีเซียมที่ได้เพิ่มขึ นในดินนี มาจากการใส่สารปรับปรุงดินโดโลไมท์
และส่วนประกอบของปุ๋ยอินทรีย์ดังกล่าว
63

