Page 86 - เอกสารประกอบการประชุมวิชาการกรมพัฒนาที่ดิน ปี2560 วิชาการงานพัฒนาที่ดิน ขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตเกษตรกรสู่ความยั่งยืน : ระหว่างวันที่ 19-21 กรกฎาคม 2560 ณ โรงแรมสยามออเรียนทัล อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
P. 86
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
ประชุมวิชาการกรมพัฒนาที่ดิน ปี 2560 “วิชาการงานพัฒนาที่ดิน ขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตเกษตรกรสู่ความยั่งยืน” วันที่ 19 - 21 กรกฎาคม 2560
1.5 ปริมาณอินทรียวัตถุในดิน ในชุดดินนี พบว่ามีระดับอินทรียวัตถุในดินค่อนข้างต่ าซึ่งก่อนปลูก
แตงโมจะมีปริมาณอินทรียวัตถุในดินโดยเฉลี่ย 0.87 เปอร์เซ็นต์ และหากไม่มีการเพิ่มอินทรียวัตถุให้กับดินแล้ว
จะมีผลท าให้ปริมาณอินทรียวัตถุลดลงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากสูญสลายไปกับสภาพของภูมิอากาศ ซึ่งได้แก่
อุณหภูมิ และน าฝน (ปรัชญาและคณะ, 2534) แปลงหลังเก็บเกี่ยวผลผลิตแตงโม มีปริมาณอินทรียวัตถุในดิน
ลดลงโดยปีที่ 1 และปีที่ 2 หลังเก็บผลผลิตแตงโมมีค่าเฉลี่ยใกล้เคียงกันโดยมีค่าอินทรียวัตถุเฉลี่ย 0.28
เปอร์เซ็นต์ ส่วนปีที่ 3 มีค่าอินทรียวัตถุเฉลี่ย 0.39 เปอร์เซ็นต์ มีค่าเฉลี่ย 3 ปี เหลือ 0.32 เปอร์เซ็นต์ อธิบายได้
ว่าธาตุอาหารจากปุ๋ยอินทรีย์ ถูกจุลินทรีย์น าไปใช้เป็นแหล่งในการเพิ่มจ านวนเซลล์ ขณะเดียวกันจุลินทรีย์ใน
ดินจะใช้อินทรียวัตถุเป็นแหล่งพลังงานด้วย ท าให้ระดับอินทรียวัตถุในดินลดลงและไม่มีความแตกต่างกันทาง
สถิติ เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนชื นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ท าให้อินทรียวัตถุสลายตัวเร็ว จึงเหลือ
ปริมาณอินทรียวัตถุเพียงเล็กน้อย
1.6 ปฏิกิริยาดิน ในสภาพดินที่มีการชะละลายมากจะมีผลท าให้อนุมูลของธาตุอาหารพืชซึ่งเป็นประจุ
บวกที่มีสภาวะเป็นด่างถูกชะล้างออกไปจากอนุภาคของดินมากขึ น และในขณะเดียวกันประจุบวกไฮโดรเจน
จากน าและประจุบวกอะลูมินั่มจะเข้าไปแทนที่ ท าให้ดินมีโอกาสเกิดความเป็นกรดของดินมากขึ น ซึ่งประกอบ
กับวัตถุต้นก าเนิดดินมาจากหินประเภทที่เป็นกรด คือหินทราย (วนิดา, 2550) จึงปรากฏความเป็นกรดจัดมาก
ในชุดดินบ้านไผ่ วัดค่าปฏิกิริยาดินโดยเฉลี่ย 5.0 เมื่อปรับปรุงดินด้วยโดโลไมท์ และปุ๋ยอินทรีย์ จะท าให้ค่า
ปฏิกิริยาดินสูงขึ นทุกต ารับการทดลองโดยเฉลี่ย 5.77 ปุ๋ยอินทรีย์แต่ละชนิดจะมีอนุมูลประจุบวกของธาตุ
อาหารถูกปลดปล่อยออกมาในสารละลายดิน ดังนั นการใส่ปุ๋ยอินทรีย์ซึ่งก่อให้เกิดปฏิกิริยาเป็นด่างเพิ่มขึ น และ
ขณะเดียวกันผลของปฏิกิริยาดินยังมีผลต่อเนื่องถึงปีที่ 3 ของการเก็บข้อมูล
1.7 ค่าความจุแลกเปลี่ยนไอออนบวก ค่าความจุแลกเปลี่ยนไอออนบวก มีความสัมพันธ์กับเนื อดิน
ปริมาณอินทรียวัตถุในดิน (Young, 1976) ดิน ณ แปลงวิจัย จัดอยู่ในกลุ่มดินเนื อหยาบ ปริมาณอินทรียวัตถุต่ า
ท าให้ความจุแลกเปลี่ยนไอออนบวกต่ า (Sanchez, 1976) ส่งผลให้ดินมีปริมาณธาตุอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อ
พืชในรูปไอออนบวกอยู่ในปริมาณต่ า นอกจากนี กระบวนการชะละลายภายในหน้าตัดดิน และกระบวนการ
กร่อนและพัดพาไปยังพื นที่ต่ ากว่านั นจะท าให้มีการเคลื่อนย้ายประจุบวกที่เป็นด่างออกไปจากหน้าตัดดิน เป็น
ผลให้เหลือประจุแลกเปลี่ยนไอออนบวกน้อย แต่เมื่อมีการเพิ่มอินทรียวัตถุให้กับดิน โดยการเพิ่มปุ๋ยอินทรีย์ จะ
ท าให้ดินมีความสามารถเก็บกักธาตุอาหารพืชสูงขึ น แสดงว่าดินมีความอุดมสมบูรณ์ขึ น ซึ่งพบว่าก่อนการศึกษา
วัดค่าความจุแลกเปลี่ยนไอออนบวกได้ 1.16 เซนติโมลต่อกิโลกรัม และมีค่าเพิ่มขึ นทุกปี โดยปีที่1, 2 และ 3 มี
ค่าเฉลี่ย 1.205, 1.251 และ 1.608 เซนติโมลต่อกิโลกรัม ตามล าดับ แต่ไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยส าคัญใน
แต่ละต ารับการทดลอง
1.8 ความหนาแน่นรวม ก่อนการทดลองดินมีความหนาแน่นรวมสูง โดยมีค่าความหนาแน่นรวมเท่ากับ
1.45 กรัมต่อลูกบาศก์เมตร หลังด าเนินการทดลองในปีที่ 3 ความหนาแน่นรวมของดินลดลง โดยมีค่าความ
หนาแน่นรวมเฉลี่ย 1.35 กรัมต่อลูกบาศก์เมตร เนื่องจากอินทรียสารต่าง ๆ ที่ได้จากการย่อยสลายปุ๋ยอินทรีย์
จะท าให้อนุภาคดินเกาะตัวกันเป็นเม็ดดินได้ดีขึ น
64

