Page 49 - เอกสารประกอบการประชุมวิชาการกรมพัฒนาที่ดิน ปี2560 วิชาการงานพัฒนาที่ดิน ขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตเกษตรกรสู่ความยั่งยืน : ระหว่างวันที่ 19-21 กรกฎาคม 2560 ณ โรงแรมสยามออเรียนทัล อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
P. 49
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
ประชุมวิชาการกรมพัฒนาที่ดิน ปี 2560 “วิชาการงานพัฒนาที่ดิน ขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตเกษตรกรสู่ความยั่งยืน” วันที่ 19 - 21 กรกฎาคม 2560
S = (R W ) + (R W ) + (R W ) + (R W ) + (R W ) (1)
5 5
4 4
3 3
1 1
2 2
เมื่อ S คือ ค่าคะแนนรวม
R คือ ระดับของแต่ละปัจจัย
W คือ ค่าน้ าหนักคะแนนความเหมาะสมของปัจจัย
เมื่อได้ค่าคะแนนรวมของทุกปัจจัยแล้ว ท าการแบ่งศักยภาพการกักเก็บน้ าของพื้นที่ออกเป็น 3 ระดับ
คือ ต่ า ปานกลาง และสูง โดยใช้หลักทางสถิติหาค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) มาก าหนด
พิสัย (Range) ของคะแนนในแต่ละช่วง ดังสมการ (2)
(2)
จากนั้นท าการตรวจสอบความถูกต้องของผลการวิเคราะห์ โดยการสุ่มตัวอย่าง (Sampling) ที่ระดับความ
เชื่อมั่น 95% (สมชาย, 2554) จากข้อมูลต าแหน่งแหล่งน้ าในไร่นานอกเขตชลประทานของจังหวัดล าปาง ปี พ.ศ.
2556 ด้วยสมการ
(3)
เมื่อ n คือ จ านวนกลุ่มตัวอย่าง
N คือ ขนาดของประชากร
e คือ ความคลาดเคลื่อนของการประมาณค่า (0.05 หรือ 0.01)
ผลการทดลองและวิจารณ์
จากการศึกษาปัจจัยต่างๆ ที่มีผลต่อการกักเก็บน้ า กับฐานข้อมูลเชิงพื้นที่ได้จากหน่วยงานภายในและ
ภายนอกกรมพัฒนาที่ดิน พบว่า สามารถน าข้อมูลมาใช้เป็นปัจจัยที่มีผลต่อการกักเก็บน้ า ได้ทั้งสิ้น 7 ปัจจัย
ได้แก่ ความลาดชันของพื้นที่ ปริมาณน้ าฝนต่อปี ปริมาณน้ าบาดาล ลักษณะเนื้อดิน การซึมผ่านน้ าของดิน
ระยะห่างจากทางน้ าธรรมชาติ และการใช้ประโยชน์ที่ดิน แสดงดัง Figure 2 - 8 โดยความลาดชันของพื้นที่ใช้
ข้อมูลจากกลุ่มชุดดิน เนื่องจากข้อมูล DEM มีการกันพื้นที่ความมั่นคงออกท าให้ข้อมูลที่น ามาวิเคราะห์
ไม่สมบูรณ์ น าปัจจัยที่ได้มาท าการวิเคราะห์ค่าคะแนนปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการกักเก็บน้ าในไร่นานอกเขต
ชลประทานที่ได้จากการสอบถามผู้เชี่ยวชาญสาขาต่างๆ ของกรมพัฒนาที่ดิน จ านวน 25 ท่าน ได้ค่าคะแนนแต่ละ
ปัจจัยแสดงดัง Table 1 จากนั้นท าการซ้อนทับข้อมูลทุกปัจจัยได้ค่าผลรวมของคะแนน และแบ่งค่าคะแนน
ศักยภาพการกักเก็บน้ าออกเป็น 3 ระดับ แสดงดัง Table 2 และจัดท าให้อยู่ในรูปของแผนที่ศักยภาพการกักเก็บน้ า
ของพื้นที่ แสดงผลดัง Figure 9 พบว่า พื้นที่ที่มีศักยภาพการกักเก็บน้ าต่ ามีพื้นที่ประมาณ 4,615,515 ไร่ คิดเป็น
59.1% ของพื้นที่ทั้งหมด ส่วนใหญ่อยู่ในบริเวณพื้นที่เขา ส่วนพื้นที่ที่มีศักยภาพการกักเก็บน้ าปานกลางมีพื้นที่
28

