Page 47 - เอกสารประกอบการประชุมวิชาการกรมพัฒนาที่ดิน ปี2560 วิชาการงานพัฒนาที่ดิน ขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตเกษตรกรสู่ความยั่งยืน : ระหว่างวันที่ 19-21 กรกฎาคม 2560 ณ โรงแรมสยามออเรียนทัล อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
P. 47

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน

                   ประชุมวิชาการกรมพัฒนาที่ดิน ปี 2560 “วิชาการงานพัฒนาที่ดิน ขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตเกษตรกรสู่ความยั่งยืน” วันที่ 19 - 21 กรกฎาคม 2560


                  พร้อมของเกษตรกรที่แจ้งความต้องการ (กรมพัฒนาที่ดิน, 2555) ประกอบกับในแต่ละปี ปริมาณความต้องการ
                  แหล่งน้ ามีจ านวนเพิ่มมากขึ้น หากอาศัยการเข้าพื้นที่เพื่อส ารวจศักยภาพของเจ้าหน้าที่เพียงอย่างเดียว คงไม่

                  สามารถพิจารณาผลได้ทันเวลา โดยปรกติการคัดเลือกพื้นที่เป้าหมายในการขุดแหล่งน้ า จะต้องเป็นพื้นที่ที่อยู่

                  นอกเขตชลประทาน ขาดแคลนระบบจัดส่งน้ า ประสบปัญหาขาดแคลนน้ าเป็นประจ า หรือแล้งซ้ าซาก ซึ่งเป็น
                  ข้อมูลที่ได้จากการเข้าไปตรวจสอบพื้นที่ หรือสอบถามจากเจ้าหน้าที่กรมชลประทานในพื้นที่ ส าหรับเงื่อนไข

                  อันดับแรกในการคัดเลือกพื้นที่ก่อสร้างตามคู่มือการด าเนินงาน คือจะต้องเป็นพื้นที่ที่มีประสิทธิภาพในการเก็บ
                  กักน้ า โดยพิจารณาจากคุณสมบัติของดิน หลีกเลี่ยงการเป็นพื้นที่ดินทรายจัด พื้นที่เกลือขึ้นเป็นดินเค็ม และ

                  พื้นที่ที่มีก้อนหินขนาดใหญ่ จะเห็นได้ว่า จากเงื่อนไขดังกล่าว หากเกษตรกรและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมี

                  องค์ความรู้ที่ไม่เพียงพอในการคัดเลือกพื้นที่ที่เหมาะสมส าหรับขุดแหล่งน้ า ทั้งในเรื่องคุณสมบัติของดินและ
                  ปัจจัยต่างๆ เช่น ลักษณะของเนื้อดิน โครงสร้างของดิน ความพรุนของดิน ความลึกของระดับน้ าใต้ดิน ลักษณะ

                  ภูมิประเทศ (เฉลียว, 2530) ความสามารถในการซับน้ า (ไพโรจน์, 2538) และค่าสัมประสิทธิ์ความซึมน้ าของ

                  ดิน ค่าสัมประสิทธิ์ความซึมน้ าของดิน (สุวณี และคณะ, 2542) และความสามารถในการระบายน้ า (USBR,
                  1963) ซึ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อศักยภาพในการกักเก็บน้ าของพื้นที่ ท าให้แหล่งน้ าที่สร้างไม่สามารถ

                  ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูแล้ง จึงจ าเป็นต้องมีการประเมินศักยภาพในการกักเก็บ

                  น้ าในพื้นที่ (พนามาศ และคณะ, 2556) เพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้นในการช่วยตัดสินใจเลือกต าแหน่งส าหรับสร้าง
                  แหล่งน้ าที่มีแผนจะท าการก่อสร้างในอนาคต และหาแนวทางในการเพิ่มศักยภาพของพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหา

                  ส าหรับแหล่งน้ าที่สร้างไปแล้วให้แก่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของส านักงานพัฒนาที่ดิน จากการศึกษาการประเมิน
                  ศักยภาพการกักเก็บน้ าของพื้นที่ส าหรับสร้างแหล่งน้ าในไร่นานอกเขตชลประทานของจังหวัดบุรีรัมย์ (กรวรรณ,

                  2559) โดยใช้ปัจจัยที่มีผลต่อการกักเก็บน้ า ได้แก่ สภาพภูมิประเทศ สภาพภูมิอากาศ คุณลักษณะของดิน และ
                  การใช้ประโยชน์ที่ดิน พบว่า ปัจจัยดังกล่าวยังไม่เพียงพอต่อการประเมินศักยภาพ ถึงแม้ผลการวิเคราะห์จะมี

                  ความสอดคล้องกับสภาพพื้นที่จริงถึง 92.86% ก็ตาม จ าเป็นต้องเพิ่มปัจจัยอื่นในการพิจารณาร่วมด้วย

                  การศึกษานี้จึงเพิ่มเติมปัจจัยในการวิเคราะห์ ได้แก่ ปริมาณน้ าบาดาล ระยะห่างจากทางน้ าธรรมชาติ และ
                  ลักษณะเนื้อดิน ซึ่งเป็นข้อมูลที่มีการจัดท าไว้แล้วจากหน่วยงานภายในและภายนอกกรมพัฒนาที่ดิน

                         โดยจังหวัดล าปาง ถูกเลือกเป็นพื้นที่ศึกษาเนื่องจากมีพื้นที่มีโอกาสเกิดความแห้งแล้งในพื้นที่ท า

                  การเกษตรในปี พ.ศ.2558 คิดเป็นร้อยละ 7.47 อยู่ในล าดับที่ 3 ของพื้นที่ภาคเหนือ (กลุ่มป้องกันภัยธรรมชาติ
                  และความเสี่ยงทางการเกษตร, 2557) ซึ่งมีสาเหตุมาจากลักษณะที่ตั้งทางภูมิศาสตร์เป็นพื้นที่ราบลุ่มล้อมรอบ

                  ด้วยหุบเขาจากทุกด้าน มีลักษณะเป็นแอ่งกระทะ อากาศจึงร้อนอบอ้าวเกือบตลอดปี มีปริมาณฝนตกน้อย

                  ท าให้มีปัญหาการเพาะปลูกซึ่งต้องใช้น้ าจากน้ าฝนเป็นหลักอยู่เสมอ ในปัจจุบัน ฐานข้อมูลเชิงพื้นที่ที่มีการ
                  จัดท าขึ้นทั้งจากหน่วยงานภายในและภายนอกกรมพัฒนาที่ดินมีอยู่เป็นจ านวนมากทั้งในรูปแบบของแผนที่

                  และข้อมูลเชิงอรรถาธิบาย หากมีการน าฐานข้อมูลดังกล่าวมาท าการประยุกต์ใช้กับงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องได้ จะ
                  ท าให้เกิดความคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด ประกอบกับเทคโนโลยีสารสนเทศภูมิศาสตร์เข้ามามีบทบาทใน

                  งานหลายประเภท ด้วยจุดเด่นในด้านการบริหารจัดการข้อมูลเชิงอรรถาธิบายท าให้อยู่ในรูปของข้อมูลเชิงแผนที่



                                                              26
   42   43   44   45   46   47   48   49   50   51   52