Page 327 - เอกสารประกอบการประชุมวิชาการกรมพัฒนาที่ดิน ปี2560 วิชาการงานพัฒนาที่ดิน ขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตเกษตรกรสู่ความยั่งยืน : ระหว่างวันที่ 19-21 กรกฎาคม 2560 ณ โรงแรมสยามออเรียนทัล อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
P. 327
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
ประชุมวิชาการกรมพัฒนาที่ดิน ปี 2560 “วิชาการงานพัฒนาที่ดิน ขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตเกษตรกรสู่ความยั่งยืน” วันที่ 19 - 21 กรกฎาคม 2560
การปรับปรุงเกณฑ์ทางดินที่ใช้ประเมินชั้นความเหมาะสมของดินในพื้นที่ปลูกมันสําปะหลังและอ้อย
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย
Modification of Soil Criteria for Suitability Assessment in Cassava and Sugarcane Growing
Areas of Northeast, Thailand
2
2
2
1
วิไลลักษณ์ สรรสร้างเจริญ สมชัย อนุสนธิ์พรเพิ่ม ศุภิฌา ธนะจิตต์ และ เอิบ เขียวรื่นรมณ์
2
1 สํานักงานพัฒนาที่ดินเขต 1 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
บทคัดย่อ
การเปรียบเทียบศักยภาพดิน และประสิทธิภาพการแปลความหมายของเกณฑ์ที่ใช้ประเมินชั้น
ความเหมาะสมของดิน ในพื้นที่ปลูกมันสําปะหลังและอ้อยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ดําเนิน
การศึกษาในพื้นที่ที่มีการปลูกมันสําปะหลังและอ้อยทับซ้อนกันในจังหวัดนครราชสีมา จํานวน 7 บริเวณ
(พีดอน 1-7) และจังหวัดมุกดาหาร จํานวน 4 บริเวณ (พีดอน 8-11) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบเกณฑ์
ที่ใช้ในการประเมินของกรมพัฒนาที่ดิน และกรมวิชาการเกษตร เพื่อหาเกณฑ์ที่เหมาะสมสําหรับการเลือกปลูก
พืชให้ได้ตรงตามศักยภาพดิน และเพื่อหาแนวทางในการปรับปรุงเกณฑ์ที่ใช้ในการประเมินให้มีประสิทธิภาพ
ตรงกับศักยภาพดินมากขึ้น
พื้นที่ศึกษามีปริมาณน้ําฝน และอุณหภูมิเฉลี่ยที่แตกต่างกัน จังหวัดนครราชสีมามีปริมาณน้ําฝนเฉลี่ย
ต่ํากว่า (1,082.6 เปรียบเทียบกับ 1,487.9 มิลลิเมตรต่อปี) ส่วนจังหวัดมุกดาหารมีอุณหภูมิเฉลี่ยต่ํากว่า (26.4
เปรียบเทียบกับ 27.4 องศาเซลเซียส) บริเวณที่ศึกษาอยู่บนสภาพพื้นที่ที่แตกต่างกันตั้งแต่บริเวณตีนเขาถึง
บริเวณยอดเนิน สามารถจําแนกดินตามระบบอนุกรมวิธานดินได้เป็น Typic Haplustalfs (พีดอนที่ 1 และ 2)
Oxyaquic Haplustalf (พีดอน 3) Typic Paleustults (พีดอน 4-7 และพีดอน 10-11) Typic Haplustult
(พีดอน 8) และ Typic Plinthustult (พีดอน 9)
การประเมินความเหมาะสมของดินสําหรับการปลูกมันสําปะหลังและอ้อย โดยใช้เกณฑ์ของกรมพัฒนาที่ดิน
พบว่า ดินที่ศึกษามีความเหมาะสมปานกลางสําหรับมันสําปะหลัง แต่มีความเหมาะสมเล็กน้อยสําหรับอ้อย
ที่ปลูกในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา และมีความเหมาะสมปานกลางสําหรับอ้อยที่ปลูกในจังหวัดมุกดาหาร
ส่วนเกณฑ์ของกรมวิชาการเกษตร พบว่า ในภาพรวมดินที่ศึกษามีความเหมาะสมสําหรับมันสําปะหลังมากกว่า
อ้อย
ผลการประเมินความเหมาะสมของดินสําหรับการปลูกมันสําปะหลังและอ้อย โดยใช้เกณฑ์ของ
กรมพัฒนาที่ดิน ให้ชั้นความเหมาะสมที่คล้ายคลึงกันเกินไป โดยปริมาณน้ําฝนจะมีอิทธิพลกับชั้น
ความเหมาะสมมากกว่าสมบัติอื่นของดิน ทําให้ยากต่อการจัดทําคําแนะนําการจัดการดิน แม้ดินจะมี
ความแตกต่างกันด้านสัณฐานวิทยาสนาม สมบัติทางฟิสิกส์และเคมี ชั้นความเหมาะสมจากเกณฑ์ของ
กรมวิชาการเกษตร สามารถแปลความหมายได้ดีกว่าเล็กน้อย แต่ระบบไม่สามารถแยกความแตกต่างของ
ข้อจํากัดดินที่มีอยู่ได้อย่างชัดเจน จึงควรมีการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวแปรที่เกี่ยวข้องกับการให้ผลผลิตของพืช
ทั้งสอง เพื่อปรับปรุงเกณฑ์ที่ใช้ประเมินความเหมาะสมของดินสําหรับมันสําปะหลังและอ้อยให้สามารถบ่งชี้ถึง
ศักยภาพและข้อจํากัดของดินสําหรับพืชใดพืชหนึ่งได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
292

