Page 314 - เอกสารประกอบการประชุมวิชาการกรมพัฒนาที่ดิน ปี2560 วิชาการงานพัฒนาที่ดิน ขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตเกษตรกรสู่ความยั่งยืน : ระหว่างวันที่ 19-21 กรกฎาคม 2560 ณ โรงแรมสยามออเรียนทัล อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
P. 314
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
ประชุมวิชาการกรมพัฒนาที่ดิน ปี 2560 “วิชาการงานพัฒนาที่ดิน ขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตเกษตรกรสู่ความยั่งยืน” วันที่ 19 - 21 กรกฎาคม 2560
ผลดังกล่าวส่งเสริมให้ตํารับที่มีการใส่ราไตรโคเดอร์มา ทําให้ค่าเฉลี่ย pH ของวัสดุปลูกเพิ่มขึ้นอย่าง
เด่นชัดเมื่อเปรียบเทียบกับการไม่ใส่ราไตรโคเดอร์มา ได้แก่ ตํารับควบคุม และตํารับที่ใส่ปุ๋ยชีวภาพเพียงอย่าง
เดียว โดยมีค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 1.18 และ 1.05 ทําให้มีธาตุอาหารที่เป็นประโยชน์ของพืชละลายออกมามากขึ้น
ขณะที่ปริมาณไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม ของตํารับที่มีการใส่ราไตรโคเดอร์มาร่วมกับปุ๋ยชีวภาพ
มีค่าสูงสุด รองลงมาคือ ตํารับที่ใส่ปุ๋ยชีวภาพ และตํารับที่ใส่ราไตรโคเดอร์มาและต่ําสุดในตํารับควบคุม ซึ่ง
ค่า pH จะเพิ่มการละลายของธาตุอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อพืชช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของต้นกล้ากาแฟ
ค่าเฉลี่ยการเจริญเติบโตภายใต้ตํารับที่มีการใส่ราไตรโคเดอร์มาร่วมกับการใส่ปุ๋ยหมัก มีค่าสูงสุด ได้แก่
จํานวนข้อ จํานวนใบคู่ และความสูง ส่วนตํารับที่มีการใส่ราไตรเดอร์มามีค่าเฉลี่ยน้ําหนักแห้งของรากสูงสุด
อย่างเด่นชัด และมีค่าเฉลี่ยจํานวนข้อ จํานวนใบคู่ และความสูงไม่ต่างกันทางสถิติกับตํารับมีการใส่ราไตรโค
เดอร์มาร่วมกับการใส่ปุ๋ยชีวภาพ อันดับสามคือตํารับที่ใส่ปุ๋ยชีวภาพ และค่าเฉลี่ยการเจริญเติบโตต่ําสุดในตํารับ
ควบคุม ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการใส่ราไตรโคเดอร์มาในต้นกล้ากาแฟ ทําให้สามารถควบคุมโรคและส่งเสริม
การสร้างการเจริญเติบโตของต้นกล้ากาแฟได้ดี ทําให้ได้ต้นกล้ากาแฟที่มีคุณภาพและสามารถต้านทานโรคได้
ตลอดจนเป็นการย่นระยะเวลาในการเพาะปลูกจาก 12 เดือนเป็น 8 เดือน ส่งผลให้สามารถส่งต้นกล้ากาแฟได้
ตรงตามเวลาที่กําหนด
ผลการศึกษาระยะต้นกาแฟอราบิก้าอายุระหว่าง 3-5 ปี พบว่า ตํารับที่มีการใส่ราไตรโคเดอร์มา
2 ตํารับ คือ ตํารับที่ใส่ราไตรโคเดอร์มาร่วมกับปุ๋ยชีวภาพ และตํารับที่ใส่ราไตรโคเดอร์มาเพียงอย่างเดียว
สามารถควบคุมอาการโรคกิ่งและลําต้นเน่าอาการโรคราสนิม และอาการโรคใบจุดได้ดีกว่าตํารับที่ไม่มีการใส่
ราไตรโคเดอร์มา คือตํารับที่ใส่ปุ๋ยชีวภาพและตํารับควบคุมอย่างเด่นชัด
ค่าเฉลี่ยการเปลี่ยนแปลงสมบัติทางเคมีบางประการของดินตลอดระยะเวลาการทดลอง 3 ปี แสดงให้
เห็นว่าการใส่ราไตรโคเดอร์มามีผลทําให้ค่าเฉลี่ย pH ของดินเพิ่มขึ้นอย่างเด่นชัดเมื่อเปรียบเทียบกับการไม่ใส่
ราไตรโคเดอร์มา โดยตํารับการใส่ราไตรโคเดอร์มาร่วมกับปุ๋ยชีวภาพ และตํารับที่ใส่ราไตรโคเดอร์มา ที่มี
ค่าเฉลี่ย pH ของดินเท่ากับ 6.68 และ 6.46 ซึ่งสูงกว่าตํารับที่ใส่ปุ๋ยชีวภาพเพียงอย่างเดียว และตํารับควบคุมที่
มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 6.26 และ 4.84 ผลดังกล่าวส่งผลให้ค่าเฉลี่ยปริมาณอินทรียวัตถุในดิน ปริมาณฟอสฟอรัสและ
โพแทสเซียมที่เป็นประโยชน์ในดินมีค่าสูงสุด สูงเป็นอันดับสอง สูงเป็นอันดับสามและต่ําสุด ในตํารับที่ใส่ราไตร
โคเดอร์มาร่วมกับปุ๋ยชีวภาพ ตํารับที่ใส่ราไตรโคเดอร์มา ตํารับที่ใส่ปุ๋ยชีวภาพเพียงอย่างเดียว และตํารับควบคุม
ซึ่งปริมาณธาตุอาหารพืชในดินดังกล่าวมีความสัมพันธ์กันกับปริมาณจุลินทรีย์ดิน
ค่าเฉลี่ยความหนาแน่นของรากในปีที่ 2 (ปี 2558/2559) ของตํารับที่ใส่ราไตรโคเดอร์มาร่วมกับ
ปุ๋ยชีวภาพ มีค่าเฉลี่ยสูงสุด เท่ากับ 0.0029 กรัมต่อลูกบาศก์เซนติเมตร เมื่อเปรียบเทียบกับตํารับควบคุมที่มี
ค่าต่ําสุด เท่ากับ 0.0012 กรัมต่อลูกบาศก์เซนติเมตร อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ ขณะที่ตํารับที่ใส่ราไตรโคเดอร์มา
และตํารับที่ใส่ปุ๋ยชีวภาพมีค่าเฉลี่ยไม่ต่างกันทางสถิติ โดยมีค่าเฉลี่ยดังกล่าวสูงเป็นดับสองและสาม เท่ากับ
0.0019 และ 0.0018 กรัมต่อลูกบาศก์เซนติเมตร
ค่าเฉลี่ยปริมาณการเก็บรักษาคาร์บอนของดินของทุกตํารับการทดลองมีค่าเฉลี่ยผันแปรระหว่าง
317-525 กิโลกรัมต่อเฮกตาร์ โดยมีค่าเฉลี่ยสูงสุดในตํารับที่ใส่ราไตรโคเดอร์มาร่วมกับปุ๋ยชีวภาพ และต่ําสุดใน
ตํารับควบคุม ขณะที่ตํารับที่ใส่ปุ๋ยชีวภาพ และตํารับที่ใส่ราไตรโคเดอร์มามีค่าเฉลี่ยไม่ต่างกันทางสถิติ
ค่าเฉลี่ยปริมาณจุลินทรีย์ทั้งหมดและราไตรโคเดอร์มาในดินตลอดระยะเวลาทดลอง 3 ปี ภายใต้ตํารับ
ที่ใส่ราไตรโคเดอร์มาร่วมกับปุ๋ยชีวภาพ ตํารับที่ใส่ราไตรโคเดอร์มา ตํารับที่ใส่ปุ๋ยชีวภาพเพียงอย่างเดียวและ
ตํารับควบคุมมีค่าเฉลี่ยสูงสุด สูงเป็นอันดับสอง และต่ําสุด ตามลําดับ โดยมีค่าเฉลี่ยผันแปรระหว่าง 9.32-6.50,
8.57-6.18, 0.19-2.67 และ 7.57-2.41 log number ต่อกรัมของดิน ตามลําดับ
281

