Page 312 - เอกสารประกอบการประชุมวิชาการกรมพัฒนาที่ดิน ปี2560 วิชาการงานพัฒนาที่ดิน ขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตเกษตรกรสู่ความยั่งยืน : ระหว่างวันที่ 19-21 กรกฎาคม 2560 ณ โรงแรมสยามออเรียนทัล อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
P. 312
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
ประชุมวิชาการกรมพัฒนาที่ดิน ปี 2560 “วิชาการงานพัฒนาที่ดิน ขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตเกษตรกรสู่ความยั่งยืน” วันที่ 19 - 21 กรกฎาคม 2560
การพัฒนาผลิตภัณฑ์ราไตรโคเดอร์มาและปุ๋ยชีวภาพสําหรับควบคุมโรคราสนิมและผลเน่า เพื่อเพิ่มผลผลิต
กาแฟอราบิก้า จังหวัดเชียงใหม่
Development of Trichoderma virens and Biofertilizer Formulation Products Against the
Coffee Leaf Rust and Berry Disease for Increasing Arabica Coffee Beans Production in
Chiangmai province
วชิรดา ทิพย์อุบล และ ธเนศ แซวหลี
สํานักงานพัฒนาที่ดินเขต 6 กรมพัฒนาที่ดิน
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้ได้ดําเนินการศึกษาวิจัยต่อเนื่อง 3 ปี ในช่วงเวลาระหว่างปี พ.ศ. 2557-2559 ในแปลง
ทดลองกาแฟ ของสถานีวิจัยโครงการหลวงแม่หลอด จังหวัดเชียงใหม่ โดยแปลงทดลองที่มีสภาพภูมิประเทศ
เป็นป่าดิบชื้น ทําการปลูกกาแฟภายใต้ระบบวนเกษตร บริเวณจุดพิกัด E 474436 N2109961 ระดับความสูง
822 เมตร จากระดับทะเลปานกลาง การดําเนินแผนการวิจัยได้มีการวางแผนการทดลองแบบ randomized
complete block design จํานวน 5 ซ้ํา ในช่วงระยะ การเจริญเติบโตของกาแฟ 3 ระยะ โดยระยะที่ 1 มี
จํานวนซ้ําละ 100 เมล็ด ระยะที่ 2 มีจํานวนซ้ําละ 10 ต้น และระยะที่ 3 มีจํานวนซ้ําละ 5 ต้น ซึ่งทั้ง 3 ระยะ
ประกอบด้วยตํารับการทดลอง (Treatments) มีการใส่และไม่ใส่ผลิตภัณฑ์ราไตรโคเดอร์มาและปุ๋ยชีวภาพ 4
ตํารับการทดลอง ซึ่งตํารับที่ใช้ทดลอง คือ 1) วิธีควบคุม (Control) 2) ใส่ราไตรโคเดอร์มา (Tri-Fertilizer) 3)
ใส่ปุ๋ยชีวภาพ (Bio-Fertilizer) และ4) ใส่ราไตรโคเดอร์มาร่วมกับปุ๋ยชีวภาพ (Tri+Bio-Fertilizer) ทําการศึกษา
ในช่วงระยะการเจริญเติบโตของกาแฟ 3 ระยะ ได้แก่ 1) ระยะเพาะกล้ากาแฟอราบิก้า อายุ 30-60 วันโดยนํา
เมล็ดกาแฟมาแช่น้ํา ไว้ 2 วัน แล้วนํามาเพาะในทรายละเอียด โดยตํารับที่ใส่เชื้อราไตรโคเดอร์มา นําเมล็ด
กาแฟมาคลุกกับหัวเชื้อราไตรโคเดอร์มาคลุกเคล้าส่วนผสมให้เข้ากัน ส่วนตํารับใส่ปุ๋ยชีวภาพนําเมล็ดกาแฟมา
คลุกเคล้าให้เข้ากันกับปุ๋ยชีวภาพเช่นเดียวกันแล้วจึงนํามาเพาะในทรายละเอียด ในตํารับที่ใส่ราไตรโคเดอร์มา
ทําการฉีดพ่นสารละลายราไตรโคเดอร์มาในแปลงเพาะกล้ากาแฟทุกๆ 15 วัน (โดยใช้ราไตรโคเดอร์มา 1
กิโลกรัม ผสมน้ํา 50 ลิตร)และในทุกตํารับการทดลองมีการใส่ปุ๋ยธาตุอาหารพืชประกอบด้วยไนโตรเจน
ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม 8.16, 1.69 และ 6 กิโลกรัมต่อไร่ 2) ระยะกล้ากาแฟอราบิก้า เพาะลงในถุงดิน
อายุ 8 และ 12 เดือนโดยตํารับที่ใส่ราไตรโคเดอร์มาใส่หัวเชื้อราไตรโคเดอร์มา 1 กิโลกรัม ผสมกับดินปลูก 50
กิโลกรัม และคลุกเคล้าส่วนผสมให้เข้ากัน สําหรับตํารับใส่ปุ๋ยชีวภาพใช้อัตราส่วนผสม 1 กิโลกรัม เช่นเดียวกัน
กับราไตรโคเดอร์มา ในตํารับที่ใส่ราไตรโคเดอร์มา ทําการฉีดพ่นสารละลายราไตรโคเดอร์มาในแปลงเพาะกล้า
กาแฟทุกๆ 15 วัน (โดยใช้ราไตรโคเดอร์มา 1 กิโลกรัม ผสมน้ํา 50 ลิตร)และในทุกตํารับการทดลองมีการใส่ปุ๋ย
ธาตุอาหารพืชประกอบด้วยไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม 8.16, 1.69 และ 6 กิโลกรัมต่อไร่ และ 3)
ระยะต้นกาแฟอราบิก้าที่มีอายุระหว่าง 3-5 ปีโดยทําการใส่ปุ๋ยหมักที่ขยายราไตรโคเดอร์มาหรือปุ๋ยชีวภาพแล้ว
เป็นเวลา 5 วัน ใช้หัวเชื้อราไตรโคเดอร์มาหรือ ปุ๋ยชีวภาพ 1 กิโลกรัมต่อปุ๋ยหมัก 100 กิโลกรัม ในอัตรา 10
กิโลกรัมต่อต้น โดยโรยปุ๋ยหมักที่ขยายเชื้อราไตรโคเดอร์มาแล้วให้ทั่วบริเวณภายใต้ทรงพุ่มของกาแฟ ทุกๆ 3
เดือน ขณะเดียวกันในตํารับที่ใส่ราไตรโคเดอร์มา ทําการฉีดพ่นสารละลายราไตรโคเดอร์มาที่ต้นกาแฟทุก 1
เดือน อัตรา 5 ลิตรต่อต้น (โดยใช้ราไตรโคเดอร์มา 1 กิโลกรัมผสมน้ํา 50 ลิตร) ในแปลงปลูกต้นกาแฟ
การทดลองนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบผลของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ราไตรโคเดอร์
มาและปุ๋ยชีวภาพที่แตกต่างกัน 4 ตํารับ ดังกล่าวข้างต้นที่มีผลต่อ (1) การควบคุมโรคของกาแฟ
279

