Page 280 - เอกสารประกอบการประชุมวิชาการกรมพัฒนาที่ดิน ปี2560 วิชาการงานพัฒนาที่ดิน ขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตเกษตรกรสู่ความยั่งยืน : ระหว่างวันที่ 19-21 กรกฎาคม 2560 ณ โรงแรมสยามออเรียนทัล อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
P. 280

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน

                  ประชุมวิชาการกรมพัฒนาที่ดิน ปี 2560 “วิชาการงานพัฒนาที่ดิน ขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตเกษตรกรสู่ความยั่งยืน” วันที่ 19 - 21 กรกฎาคม 2560


                  ผลของวัสดุอินทรีย์ปรับปรุงดินต่อการเพิ่มผลผลิตแก่นตะวันและถั่วเขียวในระบบการปลูกพืชหมุนเวียน

                  Result of Organical soil improvement to increase the yield of  Helianthus tuberosus L.
                  and Vigna radiata on crop rotation.

                  ภัทรานิษฐ์ ช่วยสระน้อย  นิภาพร ศรีบัณฑิต  และ สัมพันธ์ แย้มกระโทก
                  สํานักงานพัฒนาที่ดินเขต 3 กรมพัฒนาที่ดิน


                  บทคัดย่อ

                         การศึกษาผลของวัสดุอินทรีย์ปรับปรุงดินต่อการเพิ่มผลผลิตแก่นตะวันและถั่วเขียวในระบบการปลูก

                  พืชหมุนเวียน ในชุดดินห้วยแถลง  ทําการศึกษา ณ แปลงทดลองในสํานักงานพัฒนาที่ดินเขต 3  จังหวัด
                  นครราชสีมา โดยปลูกแก่นตะวันและถั่วเขียวหมุนเวียนจํานวน 6 รอบ ในระยะเวลา 2 ปี ระหว่างเดือนตุลาคม
                  2555  ถึงเดือนกันยายน 2557  มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ใช้วัสดุอินทรีย์ปรับปรุงดินเพื่อเพิ่มผลผลิตแก่นตะวันใน
                  ระบบปลูกพืชหมุนเวียน วางแผนการทดลองแบบ 2x4 Factorial in Randomized Complete Block

                  Design (RCBD)  จํานวน 3 ซ้ํา มี 2  ปัจจัย ปัจจัยแรกคือ วิธีการปลูก ประกอบด้วย ไม่ยกร่อง และยกร่อง
                  ปัจจัยที่สอง คือ การใช้วัสดุอินทรีย์ ประกอบด้วย ไม่ใช้วัสดุอินทรีย์, แกลบ อัตรา 500  กิโลกรัมต่อไร่ ,
                  กากมันสําปะหลัง  อัตรา 500 กิโลกรัมต่อไร่ และกากตะกอนหม้อกรอง อัตรา 500  กิโลกรัมต่อไร่  โดยทุกตํารับการ
                  ทดลองใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 อัตรา 25 กิโลกรัมต่อไร่

                         ผลการศึกษาพบว่า 1) สมบัติทางเคมีของดินหลังการทดลองมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งปริมาณฟอสฟอรัสที่
                  เป็นประโยชน์แตกต่างอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ 2) น้ําหนักสดหัวแก่นตะวันแตกต่างอย่างมีนัยสําคัญยิ่งทาง
                  สถิติ โดยวิธีการยกร่องร่วมกับการใช้กากมันสําปะหลังอัตรา 500 กิโลกรัมต่อไร่ ให้น้ําหนักสดหัวมากที่สุด ใน
                  รอบที่ 1 (ปลูกปลายฤดูฝน) รอบที่ 3 (ปลูกปลายฤดูฝน) และรอบที่ 5 (ปลูกต้นฤดูฝน) เท่ากับ 3,276 , 3,638

                  และ 3,517  กิโลกรัมต่อไร่  ตามลําดับ 3) น้ําหนักฝักแห้งถั่วเขียว ไม่แตกต่างทางสถิติ 4) ต้นทุน ผลตอบแทน
                  จากการปลูกพืชหมุนเวียน โดยกําหนดราคาขายแก่นตะวันที่กิโลกรัมละ 10  บาท ถั่วเขียวราคากิโลกรัมละ 25
                  บาท พบว่าการยกร่องร่วมกับการใช้กากมันสําปะหลัง อัตรา 500  กิโลกรัมต่อไร่ ให้ผลตอบแทนสุทธิมากที่สุด

                  ทั้ง 2 ปี โดยในปีที่ 1 ปลูกแก่นตะวัน-ถั่วเขียว-แก่นตะวัน ให้ผลตอบแทนสุทธิเท่ากับ 45,778 บาทต่อไร่ และใน
                  ปีที่ 2 ปลูกถั่วเขียว-แก่นตะวัน-ถั่วเขียว ให้ผลตอบแทนสุทธิเท่ากับ 28,152 บาทต่อไร่ ซึ่งสามารถนําไปแนะนํา
                  ให้แก่เกษตรกรได้เป็นอย่างดี

















                                                              249
   275   276   277   278   279   280   281   282   283   284   285