Page 282 - เอกสารประกอบการประชุมวิชาการกรมพัฒนาที่ดิน ปี2560 วิชาการงานพัฒนาที่ดิน ขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตเกษตรกรสู่ความยั่งยืน : ระหว่างวันที่ 19-21 กรกฎาคม 2560 ณ โรงแรมสยามออเรียนทัล อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
P. 282

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน

                  ประชุมวิชาการกรมพัฒนาที่ดิน ปี 2560 “วิชาการงานพัฒนาที่ดิน ขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตเกษตรกรสู่ความยั่งยืน” วันที่ 19 - 21 กรกฎาคม 2560


                  การศึกษาชนิดและอัตราที่เหมาะสมของถ่านชีวภาพร่วมกับการใช้ปุ๋ยเคมีต่อผลผลิตข้าวหอมมะลิ

                  ในพื้นที่ดินเค็ม

                  มนตรี วันตาแสง
                  สํานักงานพัฒนาที่ดินเขต 5 กรมพัฒนาที่ดิน

                  บทคัดย่อ


                         ถ่านชีวภาพสําหรับปรับปรุงดินนั้นมีหลายชนิด ในการศึกษาครั้งนี้เลือกใช้วัสดุที่หาได้ง่ายและเป็น
                  เศษวัสดุที่เหลือจากการผลิตในด้านการเกษตร ได้แก่ ไม้ยูคาลิปตัส พบว่าปลูกแพร่หลายตามหัวไร่ปลายนา

                  หลังจากเกษตรกรตัดไม้เพื่อจําหน่ายแล้วเศษเหลือกิ่งก้านและใบ จะเผาทําลายไม่ได้นํามาใช้ประโยชน์ อีกชนิด
                  หนึ่งที่น่าสนใจ คือ กากน้ําหมักชีวภาพที่เหลือจากการหมัก ซึ่งกรมพัฒนาที่ดินได้ส่งเสริมการใช้อย่างแพร่หลาย
                  ซึ่งวัสดุทั้งสองชนิดนี้น่าจะเป็นทางเลือกให้กับเกษตรกรสําหรับผลิตถ่านชีวภาพปรับปรุงดิน จึงนํามาสู่
                  การศึกษาชนิดและอัตราที่เหมาะสมของถ่านชีวภาพร่วมกับการใช้ปุ๋ยเคมีต่อผลผลิตข้าวหอมมะลิในพื้นที่

                  ดินเค็ม ดําเนินการทดลองที่แปลงเกษตรกร บ้านบัวมาศ ตําบลบัวมาศ อําเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม
                  กลุ่มชุดดินที่ 18sa  ชุดดินหนองบุนนาก  ตั้งแต่เดือนกันยายน 2557  ถึงเดือนตุลาคม 2558 วัตถุประสงค์
                  ในการศึกษา 1)  ศึกษาชนิดและอัตราที่เหมาะสมของถ่านชีวภาพร่วมกับการใช้ปุ๋ยเคมีต่อสมบัติของดิน
                  2) ศึกษาชนิดและอัตราที่เหมาะสมของถ่านชีวภาพร่วมกับการใช้ปุ๋ยเคมีต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตข้าวใน

                  ดินเค็ม 3) ศึกษาผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ วางแผนการทดลองแบบสุ่มสมบูรณ์ภายในบล็อก (randomized
                  complete block design, RCBD) จํานวน 3 ซ้ํา 8 ตํารับทดลอง ได้แก่ ตํารับที่1 ไม่ใส่ปุ๋ย ตํารับที่ 2 ปุ๋ยเคมี
                  46-0-0  อัตรา 16 กิโลกรัมต่อไร่ ตํารับที่ 3 ถ่านชีวภาพไม้ยูคาลิปตัส 200 กิโลกรัมต่อไร่+ 46-0-0  อัตรา 16
                  กิโลกรัมต่อไร่ ตํารับที่ 4 ถ่านชีวภาพไม้ยูคาลิปตัส 600 กิโลกรัมต่อไร่+ 46-0-0 อัตรา 16 กิโลกรัมต่อไร่ ตํารับ

                  ที่ 5 ถ่านชีวภาพไม้ยูคาลิปตัส 1,000 กิโลกรัมต่อไร่ + 46-0-0 อัตรา 16 กิโลกรัมต่อไร่ ตํารับที่ 6 ถ่านชีวภาพ
                  กากน้ําหมัก 200 กิโลกรัมต่อไร่+46-0-0 อัตรา 16 กิโลกรัมต่อไร่ ตํารับที่ 7 ถ่านชีวภาพกากน้ําหมัก 600
                  กิโลกรัมต่อไร่+46-0-0  อัตรา 16  กิโลกรัมต่อไร่ ตํารับที่ 8 ถ่านชีวภาพกากน้ําหมัก 1,000  กิโลกรัมต่อไร่+

                  46-0-0  อัตรา 16  กิโลกรัมต่อไร่  อัตราการใช้ปุ๋ยเคมีได้จากการคํานวณโดยใช้โปรแกรมการจัดการดินและปุ๋ย
                  รายแปลง
                         ผลการทดลองพบว่า ดินมีปฏิกิริยาเป็นกรดเล็กน้อย ค่าการนําไฟฟ้าของดินอยู่ในระดับเค็มน้อย ปริมาณ
                  อินทรียวัตถุในดินอยู่ในระดับค่อนข้างต่ําถึงปานกลาง ความสามารถในการแลกเปลี่ยนปะจุบวกในดินต่ํา พบว่า
                  มีความแตกต่างอย่างมีนัยสําคัญยิ่งทางสถิติ โดยตํารับที่ 1  ไม่ใส่ปุ๋ยมีความสามารถในการแลกเปลี่ยนปะจุบวก

                  ในดินต่ําที่สุด ตํารับที่ 8 ถ่านกากน้ําหมัก 1,000 กิโลกรัมต่อไร่+46-0-0 อัตรา 16 กิโลกรัมต่อ
                  ไร่ มีความความสามารถในการแลกเปลี่ยนปะจุบวกในดินสูงที่สุด ปริมาณไนโตรเจนทั้งหมดในดินต่ํามาก
                  ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์สูง โพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้สูงถึงสูงมาก การเจริญเติบโตของข้าว ได้แก่

                  ความสูงข้าวในระยะแตกกอ  และระยะเก็บเกี่ยว ไม่มีความแตกต่างทางสถิติ จํานวนต้นต่อตารางเมตร พบว่า
                  ไม่มีความแตกต่างทางสถิติ องค์ประกอบผลผลิตได้แก่ จํานวนรวงต่อตารางเมตร จํานวนเมล็ดดีต่อรวง ไม่มี
                  ความแตกต่างทางสถิติ จํานวนเมล็ดลีบต่อรวง พบว่ามีความแตกต่างอย่างมีนัยสําคัญยิ่งทางสถิติ ตํารับที่ 8
                  ใส่ถ่านกากน้ําหมัก 1,000 กิโลกรัมต่อไร่ + 46-0-0 อัตรา16 กิโลกรัมไร่ ให้เมล็ดลีบต่อรวงต่ําที่สุด  น้ําหนัก

                  1,000  เมล็ด พบว่าตํารับที่ใส่กากน้ําหมักอัตรา 1,000  กิโลกรัมต่อไร่+46-0-0 อัตรา 16  กิโลกรัมต่อไร่
                  ให้น้ําหนักเมล็ดสูงที่สุด  ส่วนตํารับที่ 1 แปลงควบคุมให้น้ําหนักต่ําที่สุด  แต่ไม่มีความแตกต่างทางสถิติ ผลผลิต
                  ในการทดลองครั้งนี้พบว่า มีความแตกต่างอย่างมีนัยสําคัญยิ่งทางสถิติ ตํารับที่ให้ผลผลิตข้าวสูงสุดได้แก่ ตํารับ


                                                              251
   277   278   279   280   281   282   283   284   285   286   287