Page 271 - เอกสารประกอบการประชุมวิชาการกรมพัฒนาที่ดิน ปี2560 วิชาการงานพัฒนาที่ดิน ขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตเกษตรกรสู่ความยั่งยืน : ระหว่างวันที่ 19-21 กรกฎาคม 2560 ณ โรงแรมสยามออเรียนทัล อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
P. 271

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน

                  ประชุมวิชาการกรมพัฒนาที่ดิน ปี 2560 “วิชาการงานพัฒนาที่ดิน ขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตเกษตรกรสู่ความยั่งยืน” วันที่ 19 - 21 กรกฎาคม 2560


                  การจัดการดินเพื่อปลูกข้าวในกลุ่มชุดดินที่ 6 พื้นที่จังหวัดชัยนาท ภายใต้โครงการนําร่องการผลิตพืชตาม

                  เขตการใช้ที่ดินพืชเศรษฐกิจ เพื่อพัฒนาขีดความสามารถการแข่งขันในประชาคมอาเซียน ปีที่3
                  Soil Management for Rice planting in Soil Group 6 Chainat Province Pilot Project Crop
                  production on  Land use, Crop area to improve Competitiveness in ASEAN Community
                         th
                   Year 3

                  รัตติยา โตจีน  และ เพชร ศรีอินทรสุทธิ์
                  สํานักงานพัฒนาที่ดินเขต 1  กรมพัฒนาที่ดิน

                  บทคัดย่อ


                         การจัดการดินเพื่อปลูกข้าวในกลุ่มชุดดินที่ 6 พื้นที่จังหวัดชัยนาท ภายใต้โครงการนําร่อง
                  การผลิตพืชตามเขตการใช้ที่ดินพืชเศรษฐกิจ เพื่อพัฒนาขีดความสามารถการแข่งขันในประชาคมอาเซียน
                  มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางในการพัฒนาที่ดิน และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของผลผลิต

                  พืชเศรษฐกิจทางการเกษตรสู่ AEC เป็นการเพิ่มผลผลิตให้มีคุณภาพ ลดต้นทุน มีความปลอดภัยทางอาหารและ
                  รักษาสิ่งแวดล้อม โดยสามารถถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาที่ดินที่มีมาตรฐานสู่เครือข่ายเกษตรกร
                  เพื่อนําไปสู่การเป็นเกษตรกรปราดเปรื่อง (smart  farmers) ดําเนินการรวม 3 ปี วางแผนการทดลองแบบ
                  Independent sample (t-test) ประกอบด้วย 5  ตํารับการทดลองดังนี้ 1.วิธีเกษตรกร 2.วิธีเกษตรกรกับ

                  น้ําหมักชีวภาพ 3.คําแนะนําการใช้ปุ๋ยตามโปรแกรมดินไทยและธาตุอาหารพืชที่สอดคล้องกับชุดดินและ
                  ชนิดพืชกับน้ําหมักชีวภาพ 4.คําแนะนําการใช้ปุ๋ยตามโปรแกรมการใช้ปุ๋ยรายแปลงตามข้อมูลชุดดินและ
                  ค่าวิเคราะห์ดินกับน้ําหมักชีวภาพ และ 5.คําแนะนําจากกลุ่มวิเคราะห์ดินกับน้ําหมักชีวภาพ
                         จากผลการทดลองพบว่า การใส่ปุ๋ยในอัตราที่แนะนําตามแผนการทดลอง มีผลทําให้ผลผลิตข้าวมี

                  ความแตกต่างกันทางสถิติ โดยการใส่ปุ๋ยตามตํารับการทดลองที่ 4 คําแนะนําการใช้ปุ๋ยตามโปรแกรมการใช้
                  ปุ๋ยรายแปลงตามข้อมูลชุดดินและค่าวิเคราะห์ดินกับน้ําหมักชีวภาพ ทําปริมาณผลผลิตต่อไร่สูงสุดเท่ากับ
                  841.60 กิโลกรัม ต้นทุนการผลิตต่อไร่ของการปลูกข้าวพันธุ์ปทุมธานี 1 ของตํารับการทดลองที่ 4 มีต้นทุน

                  การผลิตต่ําที่สุด คือ 2,653.60 บาท และมีมูลค่าผลผลิตของข้าวสูงสุด คือ 6,312 บาท ทําให้รายได้สุทธิ
                  ของการปลูกข้าวสูงสุด คือ 3,658.40 บาท โดยสมบัติทางเคมีของดินก่อนการทดลอง มีค่าความเป็นกรด
                  เป็นด่างของดินคือเป็นกรดจัดถึงกรดปานกลาง (5.2-5.8) ค่าการนําไฟฟ้าพบว่าอยู่ในช่วง 0.1493-0.2830
                  เดซิซีเมนต่อเมตร ปริมาณอินทรียวัตถุพบว่า ทุกตํารับการทดลองมีปริมาณอินทรียวัตถุมีปริมาณปานกลางถึงสูง
                  (2.40-3.26 เปอร์เซ็นต์) ปริมาณไนโตรเจนพบว่าทุกตํารับการทดลอง มีปริมาณไนโตรเจนอยู่ในระดับปานกลาง

                  ถึงสูง (0.120-0.163 เปอร์เซ็นต์) ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์พบว่าดินในทุกตํารับการทดลองมีปริมาณ
                  ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์อยู่ในระดับต่ํามากถึงสูง (2-21 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม) ปริมาณโพแทสเซียม
                  ที่แลกเปลี่ยนได้อยู่ในระดับต่ํามากถึงปานกลาง (23-61  มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม) ส่วนสมบัติทางเคมีของดินหลัง

                  การทดลอง พบว่ามีค่าความเป็นกรดเป็นด่างของดินเป็นกรดปานกลางถึงกรดเล็กน้อย (5.8  -  6.3)  ค่าการนํา
                  ไฟฟ้าพบว่าอยู่ในช่วง 0.1487-1.1150  เดซิซีเมนต่อเมตร แสดงว่ามีค่าการนําไฟฟ้าไม่เค็มถึงเค็มปานกลาง
                  ปริมาณอินทรียวัตถุพบว่าทุกตํารับการทดลองมีปริมาณอินทรียวัตถุปริมาณสูง (2.70-3.36 เปอร์เซ็นต์)
                  ปริมาณไนโตรเจนพบว่าทุกตํารับการทดลองมีปริมาณไนโตรเจนอยู่ในระดับสูง (0.135-0.168 เปอร์เซ็นต์)

                  ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์พบว่าดินในทุกตํารับการทดลองมีปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์อยู่ใน
                  ระดับต่ํามากถึงปานกลาง (1-15 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม) ปริมาณโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้อยู่ในระดับต่ํามาก
                  ถึงต่ํา (21-53 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม)


                                                              240
   266   267   268   269   270   271   272   273   274   275   276