Page 359 - รายงานการจัดการทรัพยากรดินเพื่อการปลูกพืชเศรษฐกิจหลักตามกลุ่มชุดดิน เล่มที่ 1 ดินบนพื้นที่ราบต่ำ
P. 359

345



                  หรือหินปูนบด อัตรา 1.5 กก./หลุม ในกรณีที่ไมไดหวานหินปูนบดหรือปูนมารลบนรองปลูกใหคลุกหินปูนฝุน

                  หรือหินปูนบดกับดินใหหลุมปลูก อัตรา 3 กก./หลุม ในการแกความเปนกรดจัดของดิน

                         6.3.4 การปรับปรุงและรักษาความอุดมสมบูรณของดิน ในการปลูกไมผลที่จะใหไดผลดีจําเปนตอง

                  มีการใชปุยเคมีชวยนอกเหนือจากการใชปุยอินทรีย  สําหรับสูตรปุย อัตราและวิธีการใชขึ้นอยูกับพืช ซึ่ง

                  กลาวไวในหัวขอที่ 9

                  7. ขอเสนอแนะ

                         กลุมชุดดินนี้มีศักยภาพเหมาะในการทํานามากกวาการใชปลูกไมผล พืชไร และพืชผัก เนื่องจากอยู

                  ในพื้นที่ราบเรียบและราบลุม  เนื้อดินเปนดินรวนเหนียวถึงดินเหนียว  การระบายน้ําเลว ในฤดูฝนมีน้ําทวม
                  ขัง 4-6 เดือน  เมื่อใชปลูกขาวในสภาพดินเดิมใหผลผลิตต่ํา เนื่องจากดินเปนกรดจัด  แตถามีการใสปูนเพื่อ

                  ลดสภาพกรดของดินแลว กลุมชุดดินนี้จะมีความเหมาะสมในการปลูกขาวเปนอยางดี  อยางไรก็ตาม

                  ทางเลือกในการใชประโยชนกลุมชุดดินนี้ยังมีอีกหลายทาง ไดแก


                          7.1  ปรับปรุงเปนสวนไมผลหรือสวนผัก สําหรับพืชที่ควรปลูกไดแก มะมวง กลวยหอม มะพราว
                  ปาลมน้ํามัน ผักตางๆที่ใหผลตอบแทนทางเศรษฐกิจสูง หรืออาจแบงบางบริเวณสําหรับปลูกไมโตเร็วก็ได

                  การปรับปรุงพื้นที่เปนสวน ตองดําเนินการ 2 สวน คือ 1) ทําคันดินรอบพื้นที่ปลูกเพื่อปองกันน้ําทวมในฤดู

                  ฝน และ 2) ยกรองปลูกพืช เพื่อชวยใหการระบายน้ําของดินดีขึ้น

                          7.2 พัฒนาแหลงน้ําและเลี้ยงปลา โดยขุดสระเพื่อกักเก็บน้ําไวใชในการปลูกพืชสวน และใชเลี้ยง

                  ปลาดวย สวนพันธุปลาที่แนะนําใหเลี้ยงไดแก ปลาดุกอุยเทศ ปลาไน ปลานิล และปลาตะเพียนขาว เปนตน

                  สําหรับวิธีจัดการบอปลาตลอดจนวิธีการเลี้ยงปลาแตละชนิด ควรขอคําแนะนําจากนักวิชาการประมง

                          7.3  ทําแปลงหญาเลี้ยงสัตว  เพื่อเลี้ยงโคเนื้อประเภทโคขุนหรือโคนม ซึ่งจะใหผลตอบแทนทาง

                  เศรษฐกิจสูงพอประมาณ นอกจากนี้ยังสามารถนํามูลสัตวมาบํารุงแปลงหญาตลอดจนสวนไมผลอีกดวย


                          7.4 ทํา“ไรนาสวนผสม” โดยแบงการใชที่ดินเปน 4 สวน ซึ่งเกษตรกรอาจเลือกระบบใดระบบหนึ่งใน

                  2 ระบบนี้ คือ ระบบที่ 1 นาขาว สวนไมผลหรือไมยืนตน แหลงน้ํา-บอเลี้ยงปลา และที่อยูอาศัย มีอัตราสวน
                  4:3:2:1 ของพื้นที่ถือครอง  หรือ ระบบที่ 2 แบงการใชที่ดินออกเปน นาขาว แปลงหญาเลี้ยงสัตว  แหลงน้ํา-

                  บอเลี้ยงปลาและที่อยูอาศัย มีอัตราสวนเทากัน เกษตรกรอาจเลือกวิธีการจัดแบงพื้นที่โดยพิจารณาจาก 1)

                  ทักษะของตนเอง และ 2) สภาวะทางเศรษฐกิจ  โดยเฉพาะอยางยิ่งราคาและความตองการผลผลิตของ
                  ตลาดในทองถิ่น และลูทางการสงไปขายยังตลาดภายนอก  สําหรับกิจกรรมตางๆ ที่ดําเนินการตองเอื้อ

                  ประโยชนตอกัน ทั้งนี้เพื่อชวยลดตนทุนการผลิต
   354   355   356   357   358   359   360   361   362   363   364