Page 361 - รายงานการจัดการทรัพยากรดินเพื่อการปลูกพืชเศรษฐกิจหลักตามกลุ่มชุดดิน เล่มที่ 1 ดินบนพื้นที่ราบต่ำ
P. 361

347



                  กวาง 1.5  เมตรและลึก 1  เมตร เพื่อเพิ่มการระบายน้ํา สวนหลุมปลูกควรมีขนาด 30x30x30-60X60X60

                  ซม.

                         8.3.3 มังคุด  พื้นที่ลุม มีน้ําทวมขังไมมากทําสันรองปลูกสูง 1.0-1.5 เมตร แตถามีน้ําทวมขังมาก

                  ควรยกรองสวนใหมีขนาดสันรองไมนอยกวา 6  เมตร รองน้ํากวาง 1.5  เมตร ลึก 1  เมตร มีระบบระบายน้ํา

                  เขา-ออก สวนระยะปลูกในระบบสี่เหลี่ยมจัตุรัส หรือสามเหลี่ยมดานเทาใชระยะปลูกระหวางแถว และตน

                  8x8  เมตร หรือ 10x10  เมตร และระบบแถวกวางตนชิด ใชระยะปลูกระหวางแถว และตน 8x8  เมตร หรือ
                  10x5  เมตร  หลุมปลูกควรมีขนาด 50x50x50  ซม. ผสมดินที่ขุดขึ้นมากับหญาแหง ปุยคอก และปุยเคมี

                  ตากดินไวระยะหนึ่งจนดินยุบตัวคงคงที่ เติมดินผสมลงไปอีกจนเต็มหลุม


                  9. การใชปุยสําหรับพืชชนิดตางๆ

                          9.1 การใชปุยสําหรับขาว

                         ดินในกลุมชุดดินที่ 14 มีอินทรียวัตถุระดับปานกลาง ฟอสฟอรัสที่เปนประโยชนต่ํา โพแทสเซียมที่

                  แลกเปลี่ยนไดต่ํา ดังนั้นเพื่อใหขาวไดรับธาตุไนโตรเจน ฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมอยางเพียงพอ จึงควรใช

                  ปุยเคมีอยางเหมาะสม ซึ่งมีอยู 2 แนวทางคือ 1) ใชแมปุย โดยเลือกชนิดของแมปุยและอัตราของแมปุยนั้น

                  จากบทนําในตารางที่ ก 15-16 สําหรับขาวไมไวตอชวงแสง และ ก 17-18 สําหรับขาวไวตอชวงแสง หรือ 2)
                  ใชปุยนาซึ่งมีจําหนายทั่วไป สําหรับแนวทางที่ 2 นั้น สูตรปุยและอัตราปุยเคมีที่ควรใชมีดังนี้

                         ก) ขาวไมไวตอชวงแสง อัตราธาตุอาหารที่ควรใสคือ 12 กก.N/ไร 6 กก.P O /ไร และ 6 กก.K O/ไร
                                                                                       2 5
                                                                                                        2
                  คิดเปนน้ําหนักปุยแลวแบงใส 3 ครั้งดังนี้

                         16-20-0 หรือสูตรใกลเคียง อัตรา 30 กก./ไร ปุยสูตร 46-0-0 อัตรา 10 กก./ไร และปุยสูตร 0-0-60
                  อัตรา 10 กก./ไร

                         ครั้งที่ 2 ใสในระยะที่ขาวแตกกอ หรือ 30 วันหลังการใสปุยครั้งแรก คือ ปุยสูตร 46-0-0 อัตรา 9

                  กก./ไร

                         ครั้งที่ 3 ใสในระยะที่ขาวกําเนิดชอดอก คือ ปุยสูตร 46-0-0 อัตรา 9 กก./ไร
                         ข) ขาวไวตอชวงแสง อัตราธาตุอาหารที่ควรใสคือ 6 กก.N/ไร 6 กก.P O /ไร และ 6 กก.K O/ไร คิด
                                                                                                     2
                                                                                    2 5
                  เปนน้ําหนักปุยแลวแบงใส 2 ครั้งดังนี้
                         ครั้งที่ 1 สําหรับนาดําใสในชวงปกดํา แตถาเปนนาหวานใสหลังขาวงอก 15-20 วัน โดยใชสูตร

                  16-20-0 หรือปุยสูตรใกลเคียง อัตรา 30 กก./ไร และปุยสูตร 0-0-60 อัตรา 10 กก./ไร

                         ครั้งที่ 2 ใสในระยะที่ขาวกําเนิดชอดอก คือ ปุยสูตร 46-0-0 อัตรา 3 กก./ไร

                          9.2 การใชปุยสําหรับพืชไร


                         ใชปุยเคมีเพื่อรักษาความอุดมสมบูรณของดิน และเพิ่มผลผลิตพืชไรที่ปลูก  สําหรับสูตร อัตราการ
                  ใชและวิธีการใสปุยพอ กลาวสรุปตามผลการวิเคราะหดินที่แสดงไวในตารางที่14.5 เปนดังนี้
   356   357   358   359   360   361   362   363   364   365   366