Page 358 - รายงานการจัดการทรัพยากรดินเพื่อการปลูกพืชเศรษฐกิจหลักตามกลุ่มชุดดิน เล่มที่ 1 ดินบนพื้นที่ราบต่ำ
P. 358

344



                  น้ําของดินตองลงทุนสูงกวาการปลูกพืชไรและพืชผักในที่ดอน  แตสามารถปลูกพืชไรไดตลอดทั้งป การ

                  จัดการควรปฏิบัติดังนี้

                         6.2.1 การเตรียมพื้นที่  ในกรณีเปลี่ยนสภาพนาขาวเปนที่ปลูกพืชไรอยางถาวรคือ  ปลูกทั้งฤดูฝน

                  และฤดูแลงตองสรางคันดินรอบพื้นที่เพื่อปองกันน้ําทวมขังในฤดูฝน ภายในคันดินก็ยกรองปลูกอยางถาวร

                  โดยใหสันรองกวางระหวาง 6-8 เมตร และระหวางสันรองปลูกมีรองน้ํากวาง 1.5 เมตร ลึกประมาณ 1 เมตร

                  เพื่อชวยการระบายน้ําออกเมื่อมีความจําเปนและเก็บกักน้ําไวใชเพาะปลูกในชวงฤดูแลง  บนสันรองใหญ
                  อาจทําแปลงยอยบนสันรองสูง 20 – 30 ซม. กวางประมาณ 2 เมตร เพื่อชวยการระบายน้ําของดินและชวย

                  ในการชะลางกรดออกจากดิน


                         6.2.2 การแกความเปนกรดจัดของดิน ควรใสปูน หินปูนฝุนหรือหินปูนบดใหทั่วแปลงหรือรองปลูก

                  อัตราประมาณ 2 ตัน/ไร แลวคลุกเคลาใหเขากับดิน ทิ้งไวประมาณ 15 วันกอนปลูกพืช

                         6.2.3 การทําใหดินรวนซุย  เนื่องจากกลุมชุดดินที่ 14 เปนดินเหนียว และไมรวนซุย  ควรใสปุย

                  อินทรีย เชนปุยคอก หรือปุยหมัก อัตรา 2-3 ตัน/ไร  หรือปลูกพืชปุยสดแลวไถกลบลงไปในดินสลับกับการ
                  ปลูกพืชไรหรือพืชผักจะชวยทําใหดินรวนซุยดีขึ้น


                         6.2.4 การปรับปรุงและรักษาความอุดมสมบูรณของดิน มีความจําเปนสําหรับกลุมชุดดินที่ 14

                  เนื่องจากธาตุอาหารหลักมีไมเพียงพอตอการเจริญเติบโตของพืช ไดแก ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม(ตาราง

                  ที่ 14.5) จําเปนตองมีการใสปุยเคมี สําหรับสูตรปุย อัตรา และวิธีการใช ซึ่งกลาวไวในหัวขอที่ 9

                          6.3 การจัดการสําหรับการปลูกไมผล และไมยืนตน

                         เนื่องจากกลุมชุดดินนี้มีขอจํากัดอยางมากในการปลูกไมผลหรือไมยืนตน  เพราะเปนดินที่เกิดในที่
                  ราบเรียบและลุมต่ํา น้ําทวมขังในฤดูฝนเปนระยะเวลา 4-6  เดือน ดินมีการระบายน้ําเลวและดินเปรี้ยวจัด

                  ในสภาพปจจุบันไมเหมาะสมที่จะนํามาใชในการปลูกไมผล หรือไมยืนตน จึงควรจะไดดําเนินการดังตอไปนี้


                         6.3.1  ทําคันดินรอบพื้นที่ปลูกเพื่อปองกันน้ําทวมในชวงฤดูฝนและควรติดตั้งเครื่องสูบน้ําสําหรับ

                  ระบายน้ําออกเมื่อมีฝนตกหนัก

                         6.3.2 ยกรองปลูกใหมีขนาดกวาง 6-8 เมตร สวนรองน้ําระหวางสันรองปลูกกวาง 1.5 เมตร ลึก

                  ประมาณ 1 เมตร เพื่อชวยการระบายน้ําของดินและเก็บกักน้ําไวในรดตนไมในชวงฤดูแลง ถาเปนไปไดควร
                  ระบายน้ําในรองออก 3-4 เดือนตอครั้ง และควรควบคุมระดับน้ําในรองไมใหต่ํากวาชั้นดินเลนที่มีไพไรตเปน

                  องคประกอบอยูสูง เพื่อปองกันไมใหดินเปนกรดเพิ่มขึ้น


                         6.3.3  การแกความเปนกรดจัดของดิน โดยการใชหินปูนบดหรือหินปูนฝุน หวานใหทั่วรองปลูก

                  อัตรา 2-3 ตัน /ไร เสร็จแลวจึงขุดหลุมปลูกมีขนาดกวาง ยาว และลึกอยูระหวาง 50-70 ซม.  ตากดินที่ขุด
                  ขึ้นมาใหแหงหรือตากไว 1-2 เดือน แลวนํากลับลงไปในหลุมผสมกับปุยคอกหรือปุยหมักและผสมกับหินฝุน
   353   354   355   356   357   358   359   360   361   362   363