Page 357 - รายงานการจัดการทรัพยากรดินเพื่อการปลูกพืชเศรษฐกิจหลักตามกลุ่มชุดดิน เล่มที่ 1 ดินบนพื้นที่ราบต่ำ
P. 357

343



                  6. การจัดการเพื่อใหเหมาะสมในการปลูกพืช

                          6.1 การจัดการดินเพื่อใหเหมาะสมในการปลูกขาว เนื่องจากขอจํากัดที่สําคัญของกลุมชุดดินนี้

                  คือ เปนกรดจัด และมีความอุดมสมบูรณต่ําหรือขาดธาตุอาหารพืชที่จําเปนบางธาตุ ทําใหผลผลิตขาวต่ํา

                  จึงควรจัดการเพื่อเพิ่มผลผลิตขาว ดังตอไปนี้

                         6.1.1 การจัดการเพื่อแกปญหาความเปนกรดจัดของดิน ควรปฏิบัติดังนี้

                         1) การยับยั้งไมใหสภาพกรดของดินสูงขึ้น หากพื้นที่อยูในเขตชลประทาน ควรไขน้ําเขามาขังไมให

                  หนาดินแหง เพราะถาปลอยใหหนาดินแหงออกซิเจนจะแทรกลงไปทําปฏิกิริยากับแรไพไรตที่หลงเหลืออยู

                  ในดิน ทําใหเกิดสารจาโรไซต และกรดกํามะถัน     เปนเหตุใหสภาพกรดของดินสูงขึ้น ในกรณีที่มีน้ํา
                  ชลประทานเพียงพอ จึงแนะนําใหใชดินกลุมนี้ปลูกขาวปละ 2 ครั้ง ซึ่งนอกจากจะผลิตขาวไดมากขึ้นแลว ยัง

                  ชวยควบคุมสภาพกรดของดินไดดวย

                         2) การลางกรดออกจากดิน ทําไดทั้งลางดวยน้ําฝนและน้ําชลประทาน  โดยปลอยใหน้ําขังเหนือผิว

                  ดินในชวงเวลาสั้นๆ แลวระบายออก      ปลอยใหดินแหงระยะหนึ่ง เพื่อเรงปฏิกิริยาออกซิเดชันใหดิน

                  ปลดปลอยกรดกํามะถันออกมา หลังจากนั้นก็ขังน้ําอีกครั้งหนึ่ง ปลอยใหกรดแพรออกมาอยูในน้ําอยาง
                  เต็มที่แลวจึงไขน้ําเอากรดเหลานั้นทิ้งไป ควรดําเนินการตามขั้นตอนดังกลาวตอเนื่องกันทุกป จะชวยลดกรด

                  ในดินลงไดมาก

                          ในกรณีที่ไมสามารถระบายน้ําออกจากพื้นที่ตามวิธีการขางตน  ก็ใหขังน้ําในแปลงนาไมนอยกวา

                  2 สัปดาห ในชวงเวลาดังกลาวดินจะปรับ pH ขึ้นเล็กนอย ตามธรรมชาติ ตอจากนั้นจึงเตรียมดินปลูกขาว
                         3) การใชปูน เนื่องจากปูนมีฤทธิ์ดางจึงชวยลดสภาพกรดในดิน อัตราของปูนที่ใชเปนไปตามความ

                  ตองการปูนของดินนั้น สําหรับดินในกลุมนี้ควรใชหินปูนบดประมาณไรละ 2-3 ตัน อาจใชปูนชนิดอื่น เชน

                  ปูนขาว ปูนมารล ปูนเปลือกหอย หรือหินปูนฝุน ในอัตราที่ใหปริมาณดางเทากับหินปูนบดก็ได นอกจากปูน

                  จะชวยลดสภาพกรดของดินและยกระดับพีเอชแลว         ยังมีผลดีอีก 2 ประการคือ 1) ลดปริมาณเหล็ก
                  อะลูมิเนียมและไอออนอื่นๆ ในสารละลายดินซึ่งเคยมีมากเกินไปจนอาจเปนพิษตอพืช  และ 2) เพิ่มความ

                  เปนประโยชนของฟอสฟอรัสในดินใหสูงขึ้น การใสปูนครั้งหนึ่งจะมีผลอยูไดประมาณ 4-5 ป

                         สําหรับวิธีการใสนั้น  ควรหวานปูนใหทั่วแปลงนากอนเตรียมดิน แลวจึงไถใหปูนคลุกเคลากับดิน

                  ปลอยน้ําใหขังแชประมาณ 20-25 วัน เพื่อใหปูนทําปฏิกิริยากับดินอยางเต็มที่ ระบายน้ําออกเพื่อลางสารซึ่ง

                  เปนพิษ ตอจากนั้นจึงคอยขังน้ําใหมเพื่อทําเทือกและหวานขาว

                          6.2 การจัดการสําหรับการปลูกพืชไรและพืชผัก

                         การปลูกพืชไรและพืชผัก ในลักษณะที่เปลี่ยนสภาพการใชที่ดินจากนาขาวเปนพื้นที่ปลูกพืชไร โดย

                  ทําคันรอบพื้นที่ปลูกเพื่อปองกันน้ําทวมในชวงฤดูฝนและมีการยกรองปลูกอยางถาวรเพื่อชวยในการระบาย
   352   353   354   355   356   357   358   359   360   361   362