Page 302 - รายงานการจัดการทรัพยากรดินเพื่อการปลูกพืชเศรษฐกิจหลักตามกลุ่มชุดดิน เล่มที่ 1 ดินบนพื้นที่ราบต่ำ
P. 302

288



                  อะลูมิเนียมและไอออนอื่นๆในสารละลายดินซึ่งเคยมีมากเกินไปจนอาจเปนพิษตอพืช  และ 2) เพิ่มความ

                  เปนประโยชนของฟอสฟอรัสในดินใหสูง การใสปูนครั้งหนึ่งจะมีผลอยูไดประมาณ 4-5 ป
                         สําหรับวิธีการใสนั้น  ควรหวานปูนใหทั่วแปลงนากอนเตรียมดิน แลวจึงไถใหปูนคลุกเคลากับดิน

                  ปลอยน้ําใหขังแชประมาณ 20-25 วัน เพื่อใหปูนทําปฏิกิริยากับดินอยางเต็มที่ ระบายน้ําออกเพื่อลางสารซึ่ง

                  เปนพิษ ตอจากนั้นจึงคอยขังน้ําใหมเพื่อทําเทือกและหวานขาว


                         6.1.2 การใชปุย  เนื่องจากกลุมชุดดินที่ 10 เปนดินเปรี้ยวจัด ความอุดมสมบูรณต่ําถึงระดับปาน
                  กลาง  จําเปนตองใชปุยอินทรียและปุยเคมี เพื่อชวยใหขาวไดรับธาตุอาหารตางๆอยางเพียงพอ สําหรับปุย

                  อินทรียนั้นควรใชปุยพืชสด โดยปลูกพืชตระกูลถั่วที่ขึ้นไดดีในดินนา เชน โสนหรือ โสนอัฟริกัน แลวไถกลบ

                  เมื่อออกดอก ตอจากนั้นจึงเตรียมดินปลูกขาว


                          6.2 การจัดการสําหรับการปลูกผัก

                         การปลูกผักบนกลุมดินที่ 10 จะทําไดใน 2 ลักษณะเชนเดียวกับการปลูกพืชไร  คือการปลูกในชวง

                  ฤดูแลงหลังการเก็บเกี่ยวขาวแลว ระหวางเดือนกุมภาพันธ-พฤษภาคม และการปลูกผักที่มีการใชที่ดินเปน
                  ลักษณะถาวร สําหรับการจัดการดินใหเหมาะสมในการปลูกผักทั้ง 2 ลักษณะที่กลาวมาแลวควรปฏิบัติ ดังนี้


                         6.2.1 การเตรียมพื้นที่ปลูก ในกรณีที่ปลูกในชวงฤดูแลงหลังการเก็บเกี่ยวขาว ใหยกแนวรองปลูกให
                  สูงขึ้น 10-20 ซม. และมีความกวาง 1.5-2.0 เมตร ระหวางรองเวนทางเดินประมาณ 30 ซม. เพื่อสะดวกตอ

                  การใหน้ํา การใสปุย การกําจัดวัชพืชและการฉีดยากําจัดศัตรูพืช  ตลอดทั้งชวยปองกันไมใหน้ําแชขังเมื่อมี

                  ฝนตก และควรมีรองระบายน้ําตื้นๆ รอบแปลงปลูกหรือรอบกระทงนาดวย สวนการเตรียมพื้นที่ปลูกผักแบบ

                  ถาวร  คือปลูกทั้งฤดูฝนและฤดูแลง จะตองทําคันรอบพื้นที่เพื่อปองกันน้ําทวม  และภายในพื้นที่ใหยกรอง

                  สวน มีขนาดกวางประมาณ 6 เมตร มีคูระบายน้ํากวาง 1.5 เมตร  และลึกประมาณ 80 ซม.  หรือลึกพอถึง
                  ระดับชั้นดินเลนที่มีสารประกอบไพไรทมาก  บนสันรองใหญอาจแบงซอยเปนสันรองยอย โดยยกแปลงให

                  สูงขึ้นประมาณ 10-20 ซม. และกวางประมาณ 1-2 เมตร เพื่อระบายน้ําบนสันรอง และปองกันไมใหดินแฉะ

                  มากเวลารดน้ําหรือเมื่อมีฝนตก


                         6.2.2  การแกความเปนกรดจัดของดิน ควรใสปูน หรือปูนฝุน หรือปูนมารล ใหทั่วอัตราประมาณ
                  2-3 ตัน/ไร ใสแลวคลุกเคลาใหเขากับดินทิ้งไวประมาณ 15 วัน กอนปลูกผัก


                         6.2.3 การทําใหดินรวนซุย เนื่องจากดินกลุมนี้เปนดินเหนียว ปรกติหนาดินจะไมรวนซุย ควรมีการ
                  ใสปุยอินทรีย เชนปุยคอกหรือปุยหมัก อัตรา 3-5 ตัน/ไร โดยใสคลุกเคลากับดิน และตากดินใหแหงกอนที่จะ

                  มีการยอยดินสําหรับการปลูกผัก
   297   298   299   300   301   302   303   304   305   306   307