Page 301 - รายงานการจัดการทรัพยากรดินเพื่อการปลูกพืชเศรษฐกิจหลักตามกลุ่มชุดดิน เล่มที่ 1 ดินบนพื้นที่ราบต่ำ
P. 301

287



                          5.3  การระบายน้ําเลว ทุกชุดดินในกลุมที่ 10 เปนดินที่มีการระบายน้ําเลวถึงเลวมาก ประกอบกับ

                  เนื้อดินเปนดินเหนียว จึงไมเหมาะที่จะใชปลูกพืชไร ไมผล ไมยืนตนและพืชผัก หากตองการใชเพื่อปลูกพืช
                  ดังกลาว จําเปนตองปรับปรุงสภาพการระบายน้ําของดินและแกปญหาน้ําทวมควบคูกันไป


                  6. การจัดการเพื่อใหเหมาะสมในการปลูกพืช

                         ในการจัดการกลุมชุดดินนี้ใหเหมาะสมในการปลูกพืชนั้นจะตองแกไขขอจํากัดตางๆ ที่ไดกลาว

                  มาแลวพิจารณารวมกับชนิดของพืชที่จะเพาะปลูก อยางไรก็ตามจากการจัดชั้นความเหมาะสมของดินที่ได

                  กลาวมาแลวจะเห็นไดวา  กลุมชุดดินนี้มีศักยภาพเหมาะสมที่จะใชในการทํานามากกวาการปลูกพืชไร ไม

                  ผล ไมยืนตน หรือพืชผัก ถาจะใชในการปลูกพืชอื่นนอกเหนือจากการปลูกขาวจะตองมีการปรับปรุงพื้นที่
                  เพื่อปองกันน้ําทวมและสภาพการระบายน้ําของดิน จึงจะสามารถปลูกไดทั้งในชวงฤดูฝนและฤดูแลง ดังนั้น

                  จึงแบงการจัดการดินออกตามชนิดของพืชดังนี้


                          6.1 การจัดการสําหรับปลูกขาว ขอจํากัดที่สําคัญคือ สภาพกรดจัดหรือเปรี้ยวจัดของดิน ทําใหผล

                  ผลิตขาวต่ํา ควรมีการจัดการดังตอไปนี้เพื่อเพิ่มผลผลิตของขาวใหสูงขึ้น

                         6.1.1 การแกปญหาสภาพกรดจัดของดิน ควรปฏิบัติดังนี้

                         1) การยับยั้งไมใหสภาพกรดของดินสูงขึ้น หากพื้นที่อยูในเขตชลประทาน ควรนําน้ําเขามาขังไมให
                  หนาดินแหง เพราะถาปลอยใหหนาดินแหงออกซิเจนจะแทรกลงไปทําปฏิกิริยากับแรไพไรตที่หลงเหลืออยู

                  ในดิน ทําใหเกิดสารจาโรไซต และกรดกํามะถัน     เปนเหตุใหสภาพกรดของดินสูงขึ้น ในกรณีที่มีน้ํา

                  ชลประทานเพียงพอ จึงแนะนําใหใชดินกลุมนี้ปลูกขาวปละ 2 ครั้ง ซึ่งนอกจากจะผลิตขาวไดมากขึ้นแลว ยัง

                  ชวยควบคุมสภาพกรดของดินไดดวย

                         2) การลางกรดออกจากดิน ทําไดทั้งลางดวยน้ําฝนและน้ําชลประทาน โดยปลอยใหน้ําขังเหนือผิว
                  ดินในชวงเวลาสั้นๆ แลวระบายออก  ปลอยใหดินแหงระยะหนึ่ง เพื่อเรงปฏิกิริยาออกซิชันใหดินปลดปลอย

                  กรดกํามะถันออกมา หลังจากนั้นก็ขังน้ําอีกครั้งหนึ่ง ปลอยใหกรดแพรออกมาอยูในน้ําอยางเต็มที่แลวจึงไข

                  น้ําเอากรดเหลานั้นทิ้งไป  ควรดําเนินการตามขั้นตอนดังกลาวหลายๆ ครั้งและตอเนื่องกันทุกป จะชวยลด

                  กรดในดินลงไดมาก

                          ในกรณีที่ไมสามารถระบายน้ําออกจากพื้นที่ตามวิธีการขางตน ก็ใหขังน้ําในแปลงนาไมนอยกวา 2
                  สัปดาห ในชวงเวลาดังกลาวดินจะปรับพีเอชขึ้นเล็กนอย ตามธรรมชาติ ตอจากนั้นจึงเตรียมดินปลูกขาว

                         3) การใชปูน เนื่องจากปูนมีฤทธิ์ดางจึ่งชวยลดสภาพกรดในดิน  อัตราของปูนที่ใชเปนไปตามความ

                  ตองการปูนของดินนั้น สําหรับดินในกลุมนี้ควรใชหินปูนบดประมาณไรละ 2-3 ตัน อาจใชปูนชนิดอื่น เชน

                  ปูนขาว ปูนมารล ปูนเปลือกหอย หรือหินปูนฝุน ในอัตราที่ใหปริมาณดางเทากับหินปูนบดก็ได นอกจากปูน
                  จะชวยลดสภาพกรดของดินและยกระดับพีเอชแลว         ยังมีผลดีอีก 2 ประการคือ 1) ลดปริมาณเหล็ก
   296   297   298   299   300   301   302   303   304   305   306