Page 300 - รายงานการจัดการทรัพยากรดินเพื่อการปลูกพืชเศรษฐกิจหลักตามกลุ่มชุดดิน เล่มที่ 1 ดินบนพื้นที่ราบต่ำ
P. 300

286



                  กันนั้น มีเกลือซัลเฟต  เชน แมกนีเซียมซัลเฟต โซเดียมซัลเฟต โพแทสเซียมซัลเฟต  และเหล็กซัลเฟตปะปน

                  มาดวย ตอมาซัลเฟตในตะกอนดินมีการเปลี่ยนแปลงตามลําดับดังนี้คือ 1) ถูกรีดิวสโดยกิจกรรมของ
                  จุลินทรีย กลายเปนไฮโดรเจนซัลไฟด(H S)หรือแกสไขเนา 2) ไฮโดรเจนซัลไฟดทําปฏิกิริยากับเหล็ก เกิดเปน
                                                   2
                  แรไพไรต (FeS )  และ 3)  เมื่อดินอยูในสภาพแหงหรือไมมีน้ําขังแรไพไรตจะถูกออกซิไดส  ในที่สุดจะได
                               2
                  สารประกอบโพแทสเซียม และเหล็กไฮดอกซีซัลเฟตหรือที่เรียกวาจาโรไซต (jarosite)  ซึ่งมีสีเหลือฟางขาว

                  และไดกรดซัลฟวริก (H SO )หรือกรดกํามะถัน ออกมาดวย จึงเปนสาเหตุทําใหดินเปนกรดจัดหรือเปรี้ยวจัด
                                      2
                                         4
                  มีคาพีเอช(pH)ต่ํากวา 4.5  สภาพกรดระดับนี้มีผลกระทบตอการละลายของสารประกอบในดินหลายชนิด
                  ดังตอไปนี้

                         5.1.1 อะลูมิเนียมไอออน  เมื่อดินมี พีเอชต่ํากวา 4.5  สารประกอบของอะลูมิเนียมจะแตกตัวงาย

                  จึงมีอะลูมิเนียมไอออนในสารละลายดินปริมาณมาก หากเซลลรากดูดไอออนนี้เขาไปสะสมไวมาก จะมีผล

                  ยับยั้งการแบงตัวของเซลล ทําใหรากพืชไมเจริญเติบโต และระบบรากไมพัฒนา เมื่อสารละลายดินมี

                  อะลูมิเนียมไอออนเพียง 1-2 มิลลิกรัม/ลิตร ก็มากพอที่จะเปนพิษตอรากพืชแลว นอกจากนี้การละลายของ
                  สารประกอบอะลูมิเนียมจะสูงขึ้นเมื่อพีเอชของดินลดลง กลาวคือเมื่อพีเอชของดินลดลงเพียง 1 หนวย

                  อะลูมิเนียมไอออนในสารละลายดินจะเพิ่มขึ้นประมาณ 10 เทา

                         5.1.2 เหล็กไอออน  แมวาเหล็กจะเปนธาตุอาหารพืช แตถาดินมีเหล็กที่ละลายไดมากกวา 100

                  มิลลิกรัม/กิโลกรัม ก็อาจยับยั้งการเจริญเติบโตของพืชได โดยปรกติเมื่อพีเอชของดินลดลง การละลายของ
                  สารประกอบเหล็กในดินจะสูงขึ้น ดังนั้นความเขมขนของเหล็กไอออนในดินกรดจัดหรือเปรี้ยวจัด อาจสูงจน

                  เปนพิษ หรือมีผลยับยั้งการเจริญเติบโตของพืชหลายชนิด

                         5.1.3 ไฮโดรเจนซัลไฟด หรือแกสไขเนา เกิดขึ้นมากในดินเปรี้ยวจัดที่อยูในสภาพน้ําขัง หากมีแกสนี้

                  มากอาจทําใหรากพืชเนาตาย หรือออนแอและเกิดโรคไดงาย สําหรับตนขาวที่มีอายุนอยจะไดรับผลกระทบ
                  จากแกสไฮโดรเจนซัลไฟดมากกวาตนขาวที่อายุมาก

                         5.1.4 คารบอนไดออกไซด ในดินเปรี้ยวจัดมักจะมีแกสนี้สะสม เนื่องจากการสลายตัวของ

                  อินทรียวัตถุในดิน โดยจะมีมากในชวงแรกๆ หลังจากดินถูกน้ําขัง ถามีแกสนี้ปริมาณมากเกินไปในดิน จะทํา

                  ใหรากดูด น้ําและธาตุอาหารไดนอยลง

                         5.1.5 ฟอสฟอรัส ในดินเปรี้ยวจัดฟอสฟอรัสจะถูกตรึงใหอยูในรูปที่ไมประโยชนตอพืชมากขึ้น ทั้งนี้
                  เนื่องจากพีเอชของดินกลุมนี้ต่ํามาก เหล็กและอะลูมิเนียมในสารประกอบตางๆจะละลายออกมาเปน

                  ไอออนในสารละลายดินมากดวย ไอออนดังกลาวจะทําปฏิกิริยากับฟอสเฟตไอออน ไดสารประกอบ

                  ฟอสเฟตที่ละลายยากและไมเปนประโยชนตอพืช เปนเหตุใหพืชขาดฟอสฟอรัส

                          5.2 น้ําทวม เนื่องจากกลุมชุดดินที่ 10 เกิดในบริเวณที่ราบลุม น้ําจึงทวมขังในฤดูฝน 4-6  เดือนใน

                  รอบป จึงเปนอุปสรรคในการปลูกพืชไร ไมยืนตน ไมผลและพืชผัก สวนใหญจึงใชในการทํานาหวาน
   295   296   297   298   299   300   301   302   303   304   305