Page 81 - คู่มือการพัฒนาที่ดินสำหรับหมอดินอาสาและเกษตรกร
P. 81
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
5) ใส่วัสดุปูนทางการเกษตรลดความเป็นกรดของดิน โดยใส่วัสดุปูนตามความรุนแรงของความเป็น
กรดของดิน เช่นเดียวกับการจัดการดินเปรี้ยวจัด
6) ใส่ปุ๋ย ดินอินทรีย์เมื่อแห้งจะเป็นกรดจัดมาก เกิดความไม่สมดุลของธาตุอาหารและขาดธาตุอาหาร
เช่น ขาดธาตุไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม สังกะสี ทองแดง โบรอน และแมงกานีส เกิดความเป็นพิษ
ของเหล็กและอะลูมิเนียม เป็นต้น จึงควรให้ปุ๋ยที่มีธาตุอาหารดังกล่าวร่วมกับการใช้วัสดุปูน
ภาพแสดงการปรับเปลี่ยนพื้นที่ดินอินทรีย์เป็นพื้นที่เกษตรกรรม
ที่มา: กรมพัฒนาที่ดิน
5.2.4 ดินเค็ม
ดินที่มีผลกระทบจากเกลือ แบ่งออกเป็น 3 ประเภท โดยพิจารณาจากปริมาณเกลือ ชนิดของ
เกลือ ปริมาณโซเดียม และความเป็นด่างของดิน ดินแต่ละประเภทมีลักษณะเฉพาะและต้องการวิธีการจัดการ
ที่แตกต่างกัน (สำนักงานราชบัณฑิตยสภา,2562: Brand and Weili,2008)
1) ดินเค็ม (Saline soil)
ดินที่มีเกลือสะสมในปริมาณมากต่อการเจริญเติบโตของพืช ความเค็มทำให้เกิดแรงดันในดิน หรือ
ความดันที่ป้องกันไม่ให้น้ำไหลออกผ่านผนังเซลล์ของรากอ่อนหรือเนื้อเยื่อพืช ทำให้พืชดูดน้ำจากดินไปใช้ได้
ยาก เกิดอาการเฉาหรืออาการใบไหม้ ยิ่งมีเกลือเข้มข้น พืชยิ่งดูดน้ำไปใช้ได้ลดลง เกิดความเป็นพิษของโซเดียม
และความไม่สมดุลของธาตุอาหารในดิน พืชโดยทั่วไปเจริญเติบโตได้ลดลงตามอัตราส่วนของเกลือในดินที่
เพิ่มขึ้น เกลือที่สะสมในดินเค็มส่วนใหญ่เป็นเกลือคลอไรด์ และซัลเฟตของโซเดียม แคลเซียม และ
แมกนีเซียม เมื่อเกิดการระเหยของน้ำ จะเห็นคราบเกลือสีขาวบริเวณผิวดิน จึงอาจเรียกดินนี้ว่าดินเค็มขาว
(White alkali หรือ Solonchak)
คู่มือการพัฒนาที่ดินส�าหรับหมอดินอาสาและเกษตรกร 53
กรมพัฒนาที่ดิน

