Page 103 - คู่มือการพัฒนาที่ดินสำหรับหมอดินอาสาและเกษตรกร
P. 103
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
ประกาศ กรณีมีการปนเปื้อนเกิดขึ้น ให้ผู้กระทำการปนเปื้อนดำเนินการปรับปรุงที่ดินให้คืนสู่สภาพเดิมหรือ
ชดเชยค่าเสียหายให้แก่รัฐหรือผู้ที่ได้รับความเสียหาย ” เช่น การปล่อยน้ำเสียจากโรงงานลงสู่พื้นที่ทำ
การเกษตร หรือการทำกิจกรรมใด ๆ ที่ทำให้พื้นที่เกษตรกรรมมีความเค็มเพิ่มขึ้นและมีผลกระทบต่อพืชที่ปลูก
การทำให้พื้นที่เพาะปลูกปนเปื้อนด้วยสารเคมีหรือโลหะหนักแล้วมีผลกระทบต่อสุขภาพ อนามัยของประชาชน
เป็นต้น
1) สาเหตุการปนเปื้อนของดิน
(1) เกิดตามธรรมชาติ จากวัตถุต้นกำเนิดดิน
(2) เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ ได้แก่
- การทำเหมืองแร่ การบด การทำให้แร่เข้มข้นขึ้น การทิ้งหางแร่ การจัดการที่ไม่
เหมาะสมย่อมทำให้โลหะหนักปนเปื้อนในพื้นที่เกษตรกรรม
- การถลุงแร่และเถ้าลอย โลหะหนักส่วนใหญ่ในอากาศมาจากโรงไฟฟ้า โรงถลุง
โลหะ และโรงงานที่ใช้สารเคมี การเผาไหม้ถ่านหิน กิจกรรมย่อยอื่น ๆ เช่น โรงงานแบตเตอรี่ โรงงานทำหลอด
ฟลูออเรสเซนต์ เป็นต้น
(3) การใช้ปุ๋ยและสารเคมีทางการเกษตร มีสิ่งปนเปื้อนที่เป็นโลหะหนักธาตุต่าง ๆ เช่น
สารหนู แคดเมียม ทองแดง และสังกะสี
(4) การใช้น้ำเสียในระบบชลประทาน โรงงานอุตสาหกรรมปล่อยน้ำเสียลงสู่แม่น้ำลำคลอง
แล้วมีการใช้น้ำนั้นเพื่อการชลประทาน กิจกรรมเช่นนี้เป็นอีกทางหนึ่งที่ทำให้เกิดการปนเปื้อนของโลหะหนัก
หรือสารพิษอื่น ๆ ในดิน
(5) การใช้กากตะกอนน้ำเสีย การใช้กากตะกอนน้ำเสียในปริมาณมาก ๆ ย่อมทำให้เกิดการ
ปนเปื้อนของโลหะหนักโดยเฉพาะทองแดง
(6) การใช้ปุ๋ยคอก การมีโลหะหนักเป็นวัตถุเจือปนในอาหารสัตว์ เช่น การเติมสารหนูลง
ในอาหารสุกร การควบคุมโรคในสัตว์ปีก และการทำให้การเจริญเติบโตของสัตว์ดีขึ้น ทำให้มีโลหะหนักในมูล
ของสัตว์ปีกหรือปุ๋ยคอกจากปศุสัตว์ โดยมีแคดเมียมเป็นโลหะหนักที่น่าวิตกกังวล
2) ผลเสียจากดินปนเปื้อน
พืชผักที่ปลูกในดินที่ปนเปื้อน หรือดื่มน้ำที่เจือปนด้วยโลหะหนัก เช่น แร่ทองแดง ตะกั่ว
แคดเมียม และสังกะสี เมื่อรับประทานหรือดื่มเข้าไปจะเกิดโรคที่สำคัญๆ ได้แก่
(1) โรคอิไต-อิไต มีอาการของโรคเกี่ยวกับไต ปวดกระดูกจนถึงกระดูกผิดรูป ถ้าเป็นมาก
อาจถึงขั้นเดินไม่ได้
คู่มือการพัฒนาที่ดินส�าหรับหมอดินอาสาและเกษตรกร 75
กรมพัฒนาที่ดิน

