Page 99 - คู่มือการพัฒนาที่ดินสำหรับหมอดินอาสาและเกษตรกร
P. 99
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
นำมาคลุมโคนต้นและระหว่างแถวพืชที่ปลูก นอกจากนี้ เมื่อเศษซากพืชคลุมดินสลายตัวจะได้อินทรียวัตถุ
สำหรับปรับปรุงบํารุงดินและให้ธาตุอาหารกับพืช
(3) เพิ่มอินทรียวัตถุให้กับดิน ได้แก่ ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก เศษพืช หรือไถกลบพืชปุ๋ยสด เพื่อให้
อินทรียวัตถุเป็นตัวดูดน้ำและธาตุอาหาร นอกจากนี้ยังช่วยในการเกาะยึดของดินดีขึ้น
(4) จัดการน้ำที่เหมาะสม พัฒนาแหล่งน้ำ และให้น้ำทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง เช่น การให้น้ำแบบหยด
(5) เลือกชนิดพืชปลูกที่เหมาะสม ปลูกพืชทนแล้งที่มีระบบรากลึก เพื่อให้พืชสามารถใช้น้ำใต้
ดินได้ เช่น ยูคาลิปตัส หรือปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยและมีอายุสั้น เช่น ถั่วเขียว ข้าวโพดฝักอ่อน ข้าวโพดหวาน
เป็นต้น และการปลูกพืชแบบหมุนเวียน ไร่นาสวนผสม
(6) ใช้ปุ๋ยเคมีให้เหมาะสมกับชนิดพืชที่ปลูก เช่น ใช้ปุ๋ยเคมีที่ละลายช้า ใส่ครั้งละน้อยๆ
แต่ใส่บ่อยครั้ง เมื่อดินมีความชื้นเหมาะสม
5.2.6 ดินตื้น
ดินตื้น หมายถึง ดินที่มีชิ้นส่วนหยาบในปริมาณมากกว่า 35 เปอร์เซ็นต์โดยปริมาตร เช่น ลูกรัง
ก้อนกรวด เศษหินหรือก้อนปูน หรือพบชั้นดาน ชั้นหินพื้น ชั้นเชื่อมแข็งของศิลาแลงหรือชั้นมาร์ลภายในความ
ลึก 50 เซนติเมตรจากผิวดิน ชิ้นส่วนหยาบดังกล่าวจะเป็นอุปสรรคขัดขวางการชอนไชของรากพืชเพื่อหา
อาหารและน้ำ ทำให้พืชเจริญเติบโตไม่ดีและให้ผลผลิตตํ่า
ลักษณะของดินตื้นจะมีความหนาของชั้นดินบนน้อยกว่า 50 เซนติเมตรจากผิวดิน จนทำให้พืชที่ปลูก
เจริญเติบโตผิดปกติ มีเนื้อที่ 43,365,620 ไร่ แบ่งตามชนิดของวัสดุที่จำกัดการชอนไชของรากพืช
การเจริญเติบโตและให้ผลผลิต ได้เป็น 4 กลุ่ม ดังนี้
1) กลุ่มดินตื้นในพื้นที่ลุ่ม ซึ่งมีชั้นลูกรังหรือก้อนกรวดอยู่ข้างล่าง ได้แก่ กลุ่มชุดดินที่ 25
2) กลุ่มดินตื้นในพื้นที่ดอน ซึ่งมีชั้นลูกรัง ก้อนกรวด หรือเศษหินอยู่ข้างล่าง ได้แก่ กลุ่มชุดดินที่ 45, 46,
48 และ 49
3) กลุ่มดินตื้นถึงชั้นหินพื้น ได้แก่ กลุ่มชุดดินที่ 47 และ 51
4) กลุ่มดินตื้นในพื้นที่ดอน ซึ่งมีชั้นปูนมาร์ลอยู่ข้างล่าง ได้แก่ กลุ่มชุดดินดินที่ 52
คู่มือการพัฒนาที่ดินส�าหรับหมอดินอาสาและเกษตรกร 71
กรมพัฒนาที่ดิน

