Page 98 - สถานภาพและการจัดการดินเปรี้ยวในประเทศไทย
P. 98
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
6.2 การจัดการน้ำ
น้ำเป็นปัจจัยที่จำเป็นสำหรับการปลูกพืชทุกชนิด โดยเฉพาะปลูกข้าวต้องมีน้ำขังในนาตลอดฤดูกาลปลูก
ถ้าข้าวขาดน้ำในช่วงตั้งท้องเมล็ดข้าวจะลีบ และได้ผลผลิตข้าวต่ำ (ภาพที่ 6.4) นอกจากนั้นนาข้าวที่เป็นดินเปรี้ยว
จัด ถ้าปล่อยน้ำขังในนาแล้วระบายน้ำออกเป็นระยะๆ ทุก 4 สัปดาห์ เปลี่ยนน้ำใหม่เข้านา เป็นการล้างกรดและล้าง
สารพิษออกจากดิน การมีน้ำขังในนาช่วยป้องกันการเกิดออกซิเดชันของไพไรต์ในดิน ลดการเกิดกรดเพิ่มขึ้นในดิน
ข้าวที่ปลูกจะเจริญงอกงามและให้ผลผลิตสูง ดังนั้นในพื้นที่ดินเปรี้ยวจัดที่อยู่ในเขตชลประทาน มีคลองส่งน้ำและมี
น้ำใช้ตลอดปี เกษตรกรสามารถปลูกข้าวได้ปีละ 2 ครั้ง ดินมีความชุ่มชื้นต่อเนื่องเป็นเวลานาน ทำให้ดินเปรี้ยวจัดที่
ปรับปรุงด้วยวัสดุปูนมีความรุนแรงของกรดลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประสิทธิภาพของปูนที่ใช้อยู่ได้นาน 4-5 ปี
ช่วยลดปริมาณการใช้ปูนในครั้งต่อๆ ไป เป็นการลดต้นทุนการผลิตให้เกษตรกรอีกทางหนึ่ง
โดยทั่วไป ข้าวต้องการน้ำในการเจริญเติบโตและให้ผลผลิตประมาณ 180-300 มิลลิเมตรต่อเดือน การ
ปลูกข้าวแต่ละครั้งควรได้รับน้ำ 720-1,200 มิลลิเมตร ถ้าข้าวขาดน้ำในช่วงการพัฒนาช่อดอกจนถึงดอกบาน จะมี
ผลกระทบรุนแรงต่อการให้ผลผลิต การขาดน้ำเพียง 15 วัน ผลผลิตเมล็ดข้าวจะลดลงในอัตรา 2 เปอร์เซ็นต์ต่อวัน
ดังนั้นต้องควบคุมระดับน้ำในนาให้มีน้ำขังสูง 5-10 เซนติเมตรตลอดฤดูกาลปลูก และระบายน้ำออกก่อนถึงระยะ
เก็บเกี่ยวประมาณ 20 วัน
ภาพที่ 6.4 การขังน้ำในนาข้าวในพื้นที่ดินเปรี้ยวจัดในช่วงการดำนา
6.3 การใช้พันธุ์ข้าวทนดินเปรี้ยวจัดที่เหมาะสม
ดินเปรี้ยวจัดที่ได้รับการปรับปรุงแก้ไขแล้วสามารถปลูกข้าวได้ทุกพันธุ์ การเลือกพันธุ์ข้าวมาปลูกนั้น
จำเป็นต้องพิจารณาปัจจัยหลายๆ ด้านประกอบกัน ได้แก่ สภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศ ความต้องการบริโภคของ
ประชากรในพื้นที่ ความต้องการของตลาดและราคาข้าวอยู่ในเกณฑ์สูง เนื่องจากเกษตรกรส่วนใหญ่จะปลูกข้าวไว้
รับประทาน และส่วนที่เหลือจำหน่ายให้โรงสี พันธุ์ข้าวที่แนะนำให้ปลูกในพื้นที่ดินเปรี้ยวจัดในภาคต่างๆ มีดังนี้
86 สถานภาพและการจัดการดินเปรี้ยวจัดในประเทศไทย
กรมพัฒนาที่ดิน

