Page 94 - สถานภาพและการจัดการดินเปรี้ยวในประเทศไทย
P. 94
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
บทที่ 6 การจัดการดินเปรี้ยวจัดเพื่อปลูกข้าว
ข้าวเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของไทย สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (2565) รายงานว่าประเทศไทยมี
พื้นที่ปลูกข้าว 62.8 ล้านไร่ คิดเป็นพื้นที่ 42.2 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่การเกษตรทั้งหมดของประเทศ โดยพื้นที่ดิน
เปรี้ยวจัดส่วนใหญ่ใช้ประโยชน์ในการทำนาปลูกข้าว ข้าวหลายพันธุ์ทั้งพันธุ์ลูกผสมและพันธุ์พื้นเมือง เช่น ข้าวพันธุ์
กข21 กข23 กข7 สุพรรณบุรี 90 และขาวดอกมะลิ 105 เป็นต้น สามารถเจริญเติบโตและให้ผลผลิตได้ดีในพื้นที่ดิน
เปรี้ยวจัด แต่เกษตรกรต้องมีการเตรียมดินที่ดี
6.1 การจัดการดิน
1) เริ่มต้นด้วยการเก็บตัวอย่างดินวิเคราะห์ เพื่อจะได้รู้ว่าดินเป็นกรดรุนแรงมากหรือน้อย วัดค่าความเป็น
กรดเป็นด่างของดิน (pH) หาค่าความต้องการปูนของดิน วิเคราะห์ปริมาณธาตุอาหารไนโตรเจน ฟอสฟอรัส
โพแทสเซียม เพื่อนำไปหาอัตราปุ๋ยที่ต้องใช้ ตามโปรแกรมคำแนะนำการใช้ปุ๋ยรายแปลง
2) ใส่วัสดุปูนปรับปรุงดินตามอัตราที่กำหนด (ตามค่าความต้องการปูนของดิน) โดยหว่านปูนกระจายทั่ว
พื้นที่ ไถคลุกเคล้ากับดิน หมักไว้อย่างน้อย 7 วัน ในสภาพดินชื้น เพื่อให้ปูนทำปฏิกิริยาสะเทินกรดในดิน ความ
รุนแรงของกรดจะลดลง (พีเอชสูงขึ้น) การใช้วัสดุปูนทางการเกษตรแก้ความรุนแรงของกรดในดิน จึงเป็นวิธีที่ง่าย
สะดวก และได้ผลรวดเร็วที่สุด (ภาพที่ 6.1)
สำหรับอัตราปูนที่แนะนำให้ใช้นั้น แตกต่างไปตามระดับความรุนแรงของกรดในดิน ดังนี้
- ดินเปรี้ยวจัดที่เป็นกรดรุนแรงน้อย พีเอช ประมาณ 4.6-5.0 ใส่อัตรา 0.5 ตันต่อไร่
- ดินเปรี้ยวจัดที่เป็นกรดรุนแรงปานกลาง พีเอช ประมาณ 4.0-4.4 ใส่อัตรา 1.0 ตันต่อไร่
- ดินเปรี้ยวจัดที่เป็นกรดรุนแรงมาก พีเอช ต่ำกว่า 4.0 ใส่อัตรา 1.5-2.0 ตันต่อไร่ หรือตามค่า
ความต้องการปูนของดินที่วิเคราะห์ได้
ประโยชน์ของวัสดุปูน ลดความเป็นกรดจัดของดิน ดินมีพีเอชสูงขึ้นตามปริมาณปูนที่ใส่มากขึ้น เพิ่มความ
เป็นประโยชน์ของธาตุอาหาร (ไนโตรเจนและฟอสฟอรัส) และลดความเป็นพิษของเหล็กและอะลูมินัม เช่น ดิน
เปรี้ยวจัดชุดดินรังสิตกรดจัด มีพีเอช 4.4 หลังใส่ปูนมาร์ล อัตรา 1,426 กิโลกรัมต่อไร่ ความรุนแรงของกรดลดลง
ดินมีค่าพีเอชสูงขึ้นเป็น 5.6 มีปริมาณอะลูมินัมลดลงเหลือ 0.5 จากเดิมมี 4.1 มิลลิอิควิวาเลนท์ต่อดิน 100 กรัม
ปริมาณเหล็กลดลงจาก 9.3 เป็น 6.4 มิลลิอิควิวาเลนท์ต่อดิน 100 กรัม ซึ่งเป็นช่วงที่ข้าวสามารถเจริญเติบโตได้ดี
และให้ผลผลิตสูงขึ้น
จากการศึกษาอัตราปูนที่เหมาะสมในการปรับปรุงดินเปรี้ยวจัดเพื่อปลูกข้าว พบว่า ปริมาณปูนที่ใช้จะ
แตกต่างกันตามระดับความรุนแรงของดิน จำเป็นต้องวิเคราะห์หาค่าความต้องการปูนของดินก่อน ทำให้ได้ผลผลิต
และผลตอบแทนสูง คุ้มค่าต่อการลงทุน Komes (1973) พบว่าปริมาณปูนที่ใส่จะสัมพันธ์กับระดับความลึกของดิน
ชั้นล่างที่มีไพไรต์สะสมอยู่ตื้นกว่า 100 เซนติเมตรจากผิวดิน จะมีความต้องการปูนสูงมาก คือ ปริมาณ 10 ตันต่อ
เฮกตาร์ หรือ 1.6 ตันต่อไร่ และถ้าดินมีไพไรต์สะสมอยู่ลึกระหว่าง 100-150 เซนติเมตร ความต้องการปูนจะน้อย
กว่า คือ 4-5 ตันต่อเฮกตาร์ หรือ 0.6-0.8 ตันต่อไร่ ระดับความลึกของชั้นไพไรต์ต่างกัน จึงมีผลทำให้ความรุนแรง
ของกรดในดินแตกต่างกันด้วย นงคราญ และชูจิตต์ (2549) พบว่าระดับความรุนแรงของกรดต่างกัน ส่งผลทำให้
ปริมาณความต้องการปูนของดินเปรี้ยวจัดแตกต่างกัน ดังนี้
82 สถานภาพและการจัดการดินเปรี้ยวจัดในประเทศไทย
กรมพัฒนาที่ดิน

