Page 103 - สถานภาพและการจัดการดินเปรี้ยวในประเทศไทย
P. 103
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
บทที่ 7 การจัดการพื้นที่ดินเปรี้ยวจัดเพื่อปลูกพืชอื่น
7.1 การจัดการดินเปรี้ยวจัดเพื่อปลูกผัก
การเตรียมพื้นที่สำหรับปลูกผักแบบถาวรที่มีการปลูกทั้งฤดูฝนและฤดูแล้ง จะต้องทำคันดินรอบพื้นที่เพื่อ
ป้องกันน้ำท่วม และปรับพื้นที่เป็นยกร่องปลูก (ภาพที่ 7.1)
7.1.1 การยกร่องต่ำโดยให้หน้าดินอยู่สูงจากพื้นดินเดิมประมาณ 30-50 เซนติเมตร เพื่อความสะดวกใน
การให้น้ำผักที่ปลูก ซึ่งเทคนิคการยกร่องปลูก ได้แก่
1) กำหนดความกว้างของร่องปลูกและร่องน้ำ (โดยทั่วไปขนาดคันดินร่องปลูกพืชกว้างประมาณ 6-8
เมตร และร่องน้ำกว้าง 1.0-1.5 เมตร ลึกไม่เกิน 1 เมตร) ให้ปาดดินบน 0-20 เซนติเมตร ไปกองรวมกัน
2) ขุดดินล่างของส่วนที่เป็นร่องน้ำมาถมบนร่องปลูกและบริเวณขอบร่อง แล้วนำดินบนมาเกลี่ยตรง
กลางให้ทั่วพื้นที่ปลูกพืช จะได้ดินบนที่มีความอุดมสมบูรณ์กว่าดินล่าง สำหรับปลูกพืช
3) ตากดินไว้ 15-20 วันให้ดินสุก แล้วย่อยดินให้ละเอียดและปรับปรุงบำรุงดินตามขั้นตอนต่อไป
ภาพที่ 7.1 รูปแบบการขุดยกร่องปลูกในพื้นที่ดินเปรี้ยวจัด
7.1.2 เก็บตัวอย่างดินวิเคราะห์เพื่อที่จะได้รู้ว่าดินเป็นกรดรุนแรงมากหรือน้อย วัดค่าพีเอชดิน ประเมิน
ความต้องการปูนของดิน และวิเคราะห์ปริมาณธาตุอาหาร ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียมในดิน
7.1.3 ลดความเป็นกรดของดินด้วยวัสดุปูน เช่น ปูนมาร์ล โดโลไมต์ หินปูนฝุ่น เป็นต้น อัตราตามความ
ต้องการปูนของดินเพื่อปรับค่าพีเอชให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของผักแต่ละชนิด โดยหว่านปูนให้
ทั่วแปลง สับคลุกเคล้ากับดิน หมักในสภาพดินชื้นนาน 20 วัน ย่อยดินแล้วปลูกพืชตระกูลถั่ว (ถั่วพุ่มหรือปอเทือง)
เพื่อสับกลบเป็นปุ๋ยพืชสด (ภาพที่ 7.2)
7.1.4 หลังจากนั้นใส่ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก อัตรา 2-4 ตันต่อไร่ เพื่อปรับปรุงดินให้ร่วนซุยและระบายน้ำได้ดี
7.1.5 ใส่ปุ๋ยหมักที่ขยายเชื้อจากสารเร่งซุปเปอร์ พด.3 อัตรา 100 กิโลกรัมต่อไร่ ระหว่างแถวก่อนปลูกผัก
เพื่อป้องกันโรคเน่าและเหี่ยวของพืชผัก
สถานภาพและการจัดการดินเปรี้ยวจัดในประเทศไทย 91
กรมพัฒนาที่ดิน

