Page 101 - สถานภาพและการจัดการดินเปรี้ยวในประเทศไทย
P. 101
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
4) เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำท่วม ควรมีคันดินล้อมรอบสวน คันดินควรอัดแน่น เพื่อป้องกันน้ำซึม และ
ควรมีระดับความสูงมากพอที่จะป้องกันน้ำท่วมในช่วงฤดูฝน คือประมาณ 1.5-2.0 เมตร หรือมากกว่าแล้วแต่พื้นที่
5) จำเป็นต้องมีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อสูบน้ำเข้า-ออก ได้ตามความประสงค์ โดยทั่วๆ ไปแล้วน้ำ
ที่เอาไปขังในร่องสวน หากปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 3-4 เดือน น้ำจะแปรสภาพเป็นกรดจัด จึงควรมีการถ่ายเทน้ำออก
3-4 เดือนต่อครั้ง แล้วนำน้ำชลประทานเข้ามาในร่องสวน เพื่อใช้รดต้นไม้ดังเดิม
การยกร่องปลูกพืชยืนต้นหรือไม้ผล (ภาพที่ 6.6) จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องคำนึงถึงการเกิดน้ำท่วมใน
พื้นที่นั้น หากมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมสูงก็ไม่ควรจะทำ หรือถ้าจำเป็นต้องปลูก ควรยกคันดินล้อมพื้นที่ให้สูง
มากกว่า 2 เมตร เพราะไม้ผลเป็นพืชที่ให้ผลระยะยาวหรืออย่างน้อย 5-10 ปีขึ้นไป ถ้าเกิดอุทกภัยขึ้นมาจะสร้าง
ความเสียหายให้กับพืช เงินที่ลงทุนจะสูญเปล่า ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วในเขตจังหวัดนครนายก และ
จังหวัดใกล้เคียงเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2532 พายุโซนร้อนอีร่าทำให้เกิดอุทกภัยทำให้สวนส้มเสียหายนับเป็นหมื่นๆ
ไร่
ภาพที่ 6.6 การปรับสภาพพื้นที่ยกร่องเพื่อปลูกพืชไร่ (ก) และไม้ผล (ข)
ถ้าคาดว่าพื้นที่ดังกล่าวเสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัย การยกร่องปลูกพืช อาจยกร่องแบบต่ำ (low raised bed)
ก็ได้ พืชที่จะปลูกแทนที่จะเป็นไม้ผลหรือไม้ยืนต้น ก็เปลี่ยนมาเป็นพืชล้มลุกหรือผักแทน โดยสามารถปลูกพืช
หมุนเวียนกับข้าวได้ กล่าวคือ ปล่อยให้น้ำท่วมร่องสวนในฤดูฝน แล้วปลูกข้าวบนสันร่อง ก็จะช่วยทุ่นค่าใช้จ่าย
เพราะไม่จำเป็นต้องสูบน้ำออก พอพ้นฤดูฝนก็ปลูกพืชผักหรือพืชล้มลุกตามความต้องการของตลาด เป็นการ
กระจายแรงงาน การใช้ประโยชน์พื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพที่สำคัญ ช่วยให้มีรายได้เพิ่มขึ้น
สถานภาพและการจัดการดินเปรี้ยวจัดในประเทศไทย 89
กรมพัฒนาที่ดิน

