Page 123 - สถานภาพและการจัดการดินเปรี้ยวในประเทศไทย
P. 123
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
ช่วงที่ 3 ศึกษาวิธีการปรับปรุงดินเปรี้ยวจัด (มกราคม 2533 - กันยายน 2544) เป็นการศึกษาวิธีการ
ปรับปรุงดินเปรี้ยวจัดด้วยวิธีการต่างๆ ได้แก่ การปรับปรุงดินโดยใช้น้ำชะล้างความเป็นกรด การใช้น้ำชะล้างควบคู่
กับการใช้หินปูนฝุ่น การใช้หินปูนฝุ่นในอัตราต่ำ พบว่า วิธีที่ดีที่สุดในการปรับปรุงดินเปรี้ยวจัด คือ การใช้น้ำชะล้าง
ควบคู่กับการใช้หินปูนฝุ่น ส่วนใช้น้ำชะล้างความเป็นกรดเพียงอย่างเดียว ช่วยแก้ไขความเป็นกรดของดินได้แต่ต้อง
ใช้เวลานาน หลังจากปรับปรุงดินหากปล่อยทิ้งไว้ไม่มีการใช้ประโยชน์อย่างต่อเนื่อง จะทำให้ดินกลับเป็นกรดจัด
รุนแรงขึ้นอีก สาหรับพื้นที่ดินเปรี้ยวจัดตามธรรมชาติที่ไม่มีการปรับปรุง พบว่า มีการเปลี่ยนแปลงความเป็นกรด
น้อยมาก สามารถสรุปผลการศึกษาโครงการ “แกล้งดิน” ได้ดังนี้
- การขังน้ำไว้นาน 4 สัปดาห์ แล้วระบายน้ำออกควบคู่กับการใช้หินปูนฝุ่นอัตราครึ่งหนึ่งของความต้องการ
ปูนของดิน สามารถปลูกข้าวให้ผลผลิตที่ดีที่สุด และให้ผลผลิตในปีแรกของการปรับปรุงดิน
- การปรับปรุงดินเปรี้ยวจัดเพื่อการปลูกพืชผัก พืชไร่ ควรยกร่องเพื่อป้องกันน้ำท่วม และจำเป็นต้องใส่
หินปูนฝุ่นร่วมกับการใส่ปุ๋ยหลังจากการปรับปรุงดินแล้ว ควรใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างต่อเนื่อง มิฉะนั้นดินจะ
กลับเปรี้ยวจัดรุนแรงอีก
- ดินเปรี้ยวจัดในสภาพที่ไม่ถูกรบกวน ความเป็นกรดจะถูกเปลี่ยนแปลงอย่างช้าๆ และพืชพรรณธรรมชาติ
ทนทานความเป็นกรดขึ้นได้หลายชนิด
ช่วงที่ 4 สาธิตการจัดการดินเปรี้ยวจัด (ตุลาคม 2544 - ปัจจุบัน) สาธิตการจัดการดินเปรี้ยวจัดเพื่อเป็น
ต้นแบบการถ่ายทอดเทคโนโลยีปรับปรุงดินเปรี้ยวจัดเพื่อการปลูกข้าว และพืชชนิดต่างๆ โดยการใช้น้ำชะล้างความ
เป็นกรดควบคู่กับการใช้หินปูนฝุ่นสำหรับการปลูกข้าว และการปรับปรุงดินเพื่อปลูกพืชผักพืชไร่ เป็นจุดศึกษาดูงาน
สำหรับเกษตรกร นักเรียน นักศึกษาและผู้สนใจทั่วไป ในรูปแบบ “พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต” (ภาพที่ 8.2)
ภาพที่ 8.2 การดำเนินงานในแปลงแกล้งดิน ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ที่มา: ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (2563)
สถานภาพและการจัดการดินเปรี้ยวจัดในประเทศไทย 111
กรมพัฒนาที่ดิน

