Page 115 - สถานภาพและการจัดการดินเปรี้ยวในประเทศไทย
P. 115
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
(ข)
(ก) (ก)
ภาพที่ 7.17 ต้นพันธุ์หม่อน (ก) ต้นหม่อนที่ปลูกในแปลง (ข)
(2) การดูแลรักษา หม่อนเป็นพืชยืนต้นที่มีอายุการให้ผลผลิตยาว การบำรุงและดูแลรักษา
จะมีความแตกต่างเมื่อเทียบกับไม้ยืนต้นชนิดอื่น เนื่องจากไม้ยืนต้นทั่วไปผลผลิตที่ได้จะเกิดจากดอกเท่านั้น แต่
หม่อนสามารถเก็บผลผลิตได้ทั้งใบและกิ่ง ดังนั้นต้องหมั่นตัดแต่งกิ่งให้หม่อนบ่อยๆ เด็ดใบออกแล้วหม่อนก็จะ
ผลิดอกออกผลให้เต็มต้น นอกจากนี้การดูแลหม่อนยังรวมไปถึงการให้ปุ๋ย การให้น้ำ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
i) การตัดแต่งกิ่งและการดูแลรักษาทรงพุ่ม การตัดแต่งจะตัดเฉพาะกิ่งที่ไม่สมบูรณ์และ
เป็นโรคทิ้ง กรณีที่ต้องการผลิตผลหม่อนนอกฤดูกาล ให้ทำการโน้มกิ่งให้ปลายยอดขนานกับพื้นหรือโน้มลงพื้นดิน
รูดใบหม่อนออกให้หมด ตัดยอดส่วนที่เป็นกิ่งสีเขียวออกยาวประมาณ 30 เซนติเมตร ใช้เชือกผูกโยงติดไว้กับหลัก
ไม้ไผ่ ซึ่งปักไว้บนพื้นดินสำหรับยึดเชือก หลังจากโน้มกิ่งประมาณ 8-12 วัน ดอกหม่อนจะแตกออกพร้อมใบ
จากนั้นจะมีการพัฒนาของผลหม่อน โดยผลจะเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีขาว สีชมพู สีแดง และสีม่วงดำ ตามลำดับ
โดยใช้เวลาประมาณ 40-45 วัน ผลจะเริ่มแก่และสุก สามารถเก็บไปรับประทานสด หรือนำไปแปรรูปได้ มี
ระยะเวลาในการเก็บผลประมาณ 30 วันต่อต้น เพราะผลหม่อนจะทยอยสุก (ภาพที่ 7.18)
ii) การใส่ปุ๋ย
- ครั้งแรก ใส่ปุ๋ยเคมี 15–15–15 อัตรา 25 กิโลกรัมต่อไร่ ในช่วงต้นฤดูฝน ประมาณ
เดือนตุลาคม–เดือนพฤศจิกายน ควบคู่กับการใส่ปุ๋ยอินทรีย์ อัตรา 500 กิโลกรัมต่อไร่
- ครั้งที่ 2 ปุ๋ยเคมี 13–13–21 อัตรา 25 กิโลกรัมต่อไร่ ในช่วงปลายฤดูฝน ประมาณ
เดือนกุมภาพันธ์–เดือนมีนาคม ควบคู่กับการใส่ปุ๋ยอินทรีย์ อัตรา 500 กิโลกรัมต่อไร่
iii) การให้น้ำ การให้น้ำหม่อนเพื่อเก็บผลสดมีความจำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในระยะที่
หม่อนติดผล หากต้นหม่อนขาดน้ำในระยะนี้จะทำให้ผลหม่อนฝ่อก่อนที่จะสุก หรือผลหม่อนมีขนาดเล็กกว่าปกติ
ส่วนการให้น้ำในระยะอื่น ให้พิจารณาตามความเหมาะสมเมื่อฝนทิ้งช่วงอาจต้องให้น้ำเป็นบางครั้ง
สถานภาพและการจัดการดินเปรี้ยวจัดในประเทศไทย 103
กรมพัฒนาที่ดิน

