Page 104 - สถานภาพและการจัดการดินเปรี้ยวในประเทศไทย
P. 104
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
(ก) (ข) (ค)
ภาพที่ 7.2 หว่านปูนเพื่อปรับค่าพีเอชดิน (ก) ปลูกพืชตระกูลถั่วเพื่อสับกลบเป็นปุ๋ยพืชสด (ข) และปอเทือง (ค)
7.1.6 ใส่ปุ๋ยเคมีชนิดและอัตราที่เหมาะสมกับชนิดพืชผักที่ปลูก เพิ่มธาตุอาหารให้กับพืชผัก ซึ่งปริมาณธาตุ
อาหารที่ผักแต่ละชนิดต้องการจะแตกต่างกันไปตามประเภทของผัก นอกจากการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ปรับปรุงดินแล้ว
จำเป็นต้องมีการใช้ปุ๋ยเคมีและฮอร์โมนที่ได้จากน้ำหมักชีวภาพที่เตรียมจากสารเร่งซุปเปอร์ พด.2 ฉีดพ่นในแปลง
ผักหรือปล่อยพร้อมการให้น้ำ อัตรา 10 ลิตรต่อไร่ เจือจาง 1:1,000 ทุก 7-10 วัน เพื่อเร่งการเจริญเติบโตของผัก
สำหรับการใช้ปุ๋ยเคมีและอัตราการใช้นั้นแตกต่างกันไปตามชนิดของผักที่ปลูก ดังนี้
1) ผักที่ปลูกเพื่อรับประทานใบ ได้แก่ ผักบุ้ง คะน้า ผักกาดขาว และผักกาดเขียวปลี แนะนำให้ใช้
ปุ๋ยสูตร 15-15-15, 20-10-10 หรือปุ๋ยสูตรอื่นที่มีธาตุอาหารพืชใกล้เคียงกัน อัตรา 125 กิโลกรัมต่อไร่ ร่วมกับใส่ปุ๋ย
ยูเรียอัตรา 20 กิโลกรัมต่อไร่ โดยแบ่งใส่ 2 ครั้งเท่าๆ กัน ครั้งแรกใส่ก่อนปลูก 1 วัน ครั้งที่ 2 ใส่หลังปลูก 20-25 วัน
2) ผักที่ปลูกเพื่อรับประทานผล ได้แก่ พริก กระเจี๊ยบเขียว หน่อไม้ฝรั่ง มะเขือ มะเขือเทศ แตง และ
ถั่วฝักยาว สูตรปุ๋ยที่ใช้ 15-15-15 อัตรา 125 กิโลกรัมต่อไร่ โดยแบ่งใส่ 2 ครั้งเท่าๆ กัน ครั้งแรกใส่หลังจากย้าย
ปลูก 5-7 วัน ครั้งที่ 2 ใส่เมื่อผักเริ่มออกหรือหลังย้ายกล้าปลูกแล้วประมาณ 30 วัน โดยใส่โรยสองข้างแถวผักแล้วกลบ
ดิน สำหรับถั่วฝักยาวใช้สูตร 12-24-12 อัตรา 50-100 กิโลกรัมต่อไร่ โดยแบ่งใส่ 2 ครั้งเท่าๆ กัน ครั้งแรก ใส่รองก้น
หลุมก่อนปลูก กลบดินแล้วหยอดเมล็ด ครั้งที่ 2 ใส่เมื่อเริ่มออกดอกโดยโรยสองข้างแถวแล้วกลบดิน รดน้ำตาม
ภาพที่ 7.3 ผักชนิดต่างๆ ที่ปลูกในดินเปรี้ยวจัด
92 สถานภาพและการจัดการดินเปรี้ยวจัดในประเทศไทย
กรมพัฒนาที่ดิน

