Page 63 - สถานภาพและการจัดการดินเค็มในประเทศไทย
P. 63

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน



                                  ปัจจัยที่ส่งผลต่อการรุกล้ำของน้ำเค็ม  โดยทั่วไป การรุกล้ำของน้ำเค็ม มีสาเหตุทั้งจากธรรมชาติ
                  เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ  (Climate Change) ที่ส่งผลให้เกิดระดับของน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้น  การเกิด

                  การกัดเซาะชายฝั่ง รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของปริมาณ  รูปแบบ การกระจายตัวของฝน และระยะเวลาของฤดู
                  แล้งที่ยาวนานขึ้น  และการลดของปริมาณน้ำท่าจากพื้นที่ตอนบนในช่วงฤดูแล้ง  ส่งผลให้มีปริมาณน้ำท่า
                  ไม่เพียงพอต่อการผลักน้ำเค็มที่รุกล้ำเข้ามาในแม่น้ำเจ้าพระยา  และสาเหตุจากกิจกรรมของมนุษย์  เช่น การสูบ

                  เจาะน้ำบาดาลมาใช้ในพื้นที่อยู่อาศัย  การประกอบอุตสาหกรรม  พร้อมทั้งการขุดลอกสันดอนปากแม่น้ำและ
                  ลำน้ำให้มีความลึกมากขึ้น จะทำให้น้ำทะเลรุกล้ำได้มากขึ้น (Barlow, 2003; Mohamed, 2018; ลำภูมิ, 2557)

                                (1) ผลกระทบของการรุกล้ำน้ำเค็มต่อน้ำที่ใช้ในการเกษตร
                                    เมื่อนำน้ำที่มีค่าความเค็มเกินมาตรฐานมารดต้นพืช จะทำให้การงอกเมล็ดและ

                  การเจริญเติบโตของพืชลดลง  ลักษณะทั่วไปของพืชมีปลายใบไหม้  ต้นเหี่ยวเฉา ใบเหลือง ซึ่งเป็นอาการขาดน้ำ
                  ของพืชทั่วไป และส่งผลให้ผลผลิตลดลง  สำหรับดินมีการสะสมเกลือในดินเพิ่มขึ้น  โครงสร้างดินแน่นทึบ และมี
                  การสะสมธาตุพิษ (Na Cl และB) ในดิน (สำนักส่งเสริมและการจัดการสินค้าเกษตร, 2563 ; กรมพัฒนาที่ดิน, 2563)

                                (2) แนวทางการใช้น้ำเค็มเพื่อการเกษตร
                                    - ตรวจสอบคุณภาพน้ำว่ามีความเค็มระดับใด

                                    - เลือกวิธีการให้น้ำเหมาะสมกับสภาพพื้นที่และชนิดของพืช
                                    - จัดเตรียมสถานที่เก็บกักน้ำจืดเพื่อเพาะปลูกในฤดูแล้ง

                                    - ปรับพื้นที่ให้สม่ำเสมอ พร้อมใช้วัสดุคลุมดินเพื่อรักษาความชื้น
                                    - การเติมน้ำจืดผสมกับน้ำเค็มที่อยู่ในแหล่งน้ำเพื่อทำให้น้ำเค็มเจือจาง

                                    คุณภาพน้ำเป็นสิ่งสำคัญต่อการเพาะปลูก  มีผลกระทบโดยตรงต่อการลงทุน  และผลผลิต
                  ที่คาดว่าจะได้รับ  ดังนั้น เกษตรกรจึงควรทราบเกี่ยวกับคุณภาพน้ำเพื่อใช้ในการวางแผนการใช้น้ำที่มีอยู่ให้
                  เหมาะสม ดังนี้


                  ตารางที่ 4.2 คุณภาพน้ำเพื่อการชลประทาน ตามระบบของสหรัฐอเมริกา  (USSL,1954)
                                         ความเค็ม         อัตราโซเดียมที่ดูดซับ

                     คุณภาพน้ำ  กรัม/ลิตร     ไมโครโมห์/         (SAR)               ผลกระทบต่อพืช
                                              เซนติเมตร
                         ดี        <0.2        0-250             0-10         ใช้สำหรับชลประทานได้ดีกับพืช
                                                                              ทุกชนิด

                     ปานกลาง      0.2-0.5     250-750           10-18         มีผลต่อพืชไม่ทนเค็ม  ใช้กับพืชทน
                                                                              เค็มปานกลาง
                        ต่ำ       0.5-1.5     750-2,250         18-26         ใช้กับพืชทนเค็ม  ระวังการระบาย
                                                                              น้ำไม่ให้เกลือสะสมในดิน
                      ต่ำมาก       >1.5        >2,250            >26          มีผลต่อพืชทั่วไป ไม่เหมาะที่จะ

                                                                              นำมาใช้เพื่อการชลประทาน






                                                        สถานภาพและการจัดการดินเค็มในประเทศไทย           49
                                                                                    กรมพัฒนาที่ดิน
   58   59   60   61   62   63   64   65   66   67   68