Page 42 - ผลกระทบระยะยาวของการปลูกยางพาราต่อสมบัติดินและความหลากหลายทางชีวภาพในดิน Long Term Impact of Rubber Plantation on Soil Properties and Biodiversity
P. 42
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
28
4
2.2.4 ประเมินค่าดัชนีคุณภาพ (quality index : QI) ตามวิธีการของ Obriot และ
คณะ (2016) ดังนี้
1) กำหนดชุดข้อมูลที่ต้องการศึกษา โดยแบ่งเป็น ค่าดัชนีคุณภาพของสมบัติทาง
กายภาพและเคมีของดิน (soil physio-chemical quality index) และค่าดัชนีคุณภาพของความ
หลากหลายของสิ่งมีชีวิตในดิน (soil biodiversity quality index)
2) วิเคราะห์ความแปรปรวนทางสถิติ (analysis of variance: ANOVA) และ
คัดเลือกเฉพาะข้อมูลที่พบความแตกต่างทางสถิติมาใช้ในการคำนวณ
3) ทดสอบสหสัมพันธ์ของข้อมูลทั้งหมด โดยวิธี Pearson correlation เพื่อหาค่า
สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ (r)
4) นำข้อมูลที่มีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ (r) น้อยกว่า 0.8 ไปคำนวณค่ามาตรฐาน
ของตัวชี้วัด (normalized indictor score: S) จากศักยภาพการตอบสนองของตัวชี้วัด โดยแบ่ง
i
ออกเป็น 2 กรณี ขึ้นอยู่กับตัวแปรที่นำมาศึกษา
- กรณีที่ตัวแปรที่นำมาศึกษามีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อตัวชี้วัด คือ การเพิ่มขึ้น
ของ ตัวแปรจะส่งผลให้ตัวชี้วัดมีการตอบสนองที่ดีขึ้น ทำการคำนวณค่ามาตรฐานของตัวชี้วัด ดังนี้
S = a/a
max
i
เมื่อ S คือ ค่ามาตรฐานของตัวชี้วัด (normalized indictor score)
i
a คือ ค่าที่ได้
a คือ ค่าสูงสุดจากชุดข้อมูลตัวแปรที่ศึกษา
max
- กรณีที่ตัวแปรที่นำมาศึกษามีความสัมพันธ์เชิงลบต่อตัวชี้วัด คือ การลดลงของ
ตัวแปรจะส่งผลให้ตัวชี้วัดมีการตอบสนองที่ดีขึ้น ทำการคำนวณค่ามาตรฐานของตัวชี้วัด ดังนี้
S = a /a
i
min
เมื่อ S คือ ค่ามาตรฐานของตัวชี้วัด (normalized indictor score)
i
a คือ ค่าต่ำสุดจากชุดข้อมูลตัวแปรที่ศึกษา
min
a คือ ค่าที่ได้
5) วิเคราะห์องค์ประกอบของข้อมูลโดยวิธี principle component analysis
(PCA) เพื่อหาค่าลักษณะเฉพาะ (eigenvalue) และค่าสัมประสิทธ์ความแปรผัน (percentage of
total variability) และใช้ในการคำนวณค่าปัจจัยถ่วงน้ำหนัก (weighting factor: W) ดังสมการ
p
i
W = ∑ j x ƒj
i
j = 1

