Page 44 - ผลกระทบระยะยาวของการปลูกยางพาราต่อสมบัติดินและความหลากหลายทางชีวภาพในดิน Long Term Impact of Rubber Plantation on Soil Properties and Biodiversity
P. 44

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน




                                                                                                        30




                                      6) เศษซากพืชที่มีการย่อยสลายและมีการอัดตัวรวมกันด้วยกระบวนการทาง
                       ชีวภาพ (compact)

                                      7) มูลของไส้เดือน (earthworm cast)
                                 2.2.6 ปริมาณธาตุอาหารในเศษซากพืช

                                      วางกระบะรองรับซากพืชขนาด 1x1 เมตร สูง 1 เมตร ในแปลงยางพารา แปลงละ

                       3 จุด ทำการเก็บตัวอย่างทุกเดือนๆละ 1 ครั้ง แล้วนำเศษซากพืชที่ได้จากแปลงปลูกยางพาราไปอบให้
                       แห้งที่อุณหภูมิ 65-70 องศาเซลเซียสนาน 24 ชั่วโมงหรือจนกว่าตัวอย่างจะแห้งสนิท นำตัวอย่างไป

                       บดในเครื่องบดให้ละเอียดแล้วนำตัวอย่างที่เก็บได้ในแต่ละเดือนมารวมกัน และนำไปวิเคราะห์ปริมาณ

                       ธาตุอาหารพืช ดังนี้
                                       - ปริมาณธาตุไนโตรเจน (total nitrogen) โดยวิธี Kjeldahl method โดยการ

                       ย่อยไนโตรเจนจากตัวอย่างเศษซากพืชด้วยกรดซัลฟิวริกเข้มข้นแล้วเติมด่างและนำไปกลั่นหา

                       แอมโมเนียม นำไปไทเทรตเพื่อหาปริมาณไนโตรเจนทั้งหมดที่พบ (จำเป็น, 2547)
                                       - ปริมาณธาตุฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แคลเซียม และแมกนีเซียม (total

                       phosphorus, potassium, calcium and magnesium) ทำการย่อยสลายตัวอย่างเศษซากพืชให้อยู่
                       ในรูปสารละลายด้วยกรดผสมไนทริกและเพอร์คลอริค แล้ววิเคราะห์ความเข้มข้นของฟอสฟอรัสด้วย

                       วิธี Vanadomolybdate และวัดด้วยเครื่อง Visible spectrophotometer ส่วนปริมาณธาตุ

                       โพแทสเซียม แคลเซียม และแมกนีเซียม ทำการวัดด้วยเครื่อง Atomic absorption
                       spectrophotometer (สำนักวิทยาศาสตร์เพื่อการพัฒนาที่ดิน, 2547)


                                 2.2.7 กิจกรรมของจุลินทรีย์ในดิน
                                     เก็บตัวอย่างดินที่ระดับความลึก 0-10 เซนติเมตร แล้วนำไปตากให้แห้งในที่ร่มเพื่อ

                       ศึกษากิจกรรมของจุลินทรีย์ในดินโดยการวัดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ถูกปลดปล่อยออกมา

                       หลังจากที่เกิดกิจกรรมที่จุลินทรีย์ในการย่อยสลายสารประกอบอินทรีย์ที่แตกต่างกันโดยเทคนิค
                       MicroResp โดยนำตัวอย่างดินแห้งทำการเติมน้ำเพื่อให้ดินกลับมามีความชื้นที่ระดับ 40
                                TM
                       เปอร์เซ็นต์ของค่าความสามารถในการอุ้มน้ำในดิน (water holding capacity) นำไปบ่มในตู้ควบคุม

                       อุณหภูมิที่ 28 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 1 สัปดาห์ เพื่อให้จุลินทรีย์ในดินกลับมามีชีวิตและมีกิจกรรม
                       ของจุลินทรีย์     อีกครั้ง เติมสารประกอบอินทรีย์ 6 กลุ่มเพื่อเป็นแหล่งคาร์บอนในดิน เนื่องจากเป็น

                       กลุ่มของสารประกอบอินทรีย์ที่พบได้ทั่วไปในระบบนิเวศน์ในดิน โดยเป็นส่วนประกอบของเศษ
                       ซากพืช (Campbell et al., 1997) ได้แก่

                                     1) กลุ่ม carbohydrate ประกอบด้วย glucose, cellobiose และ cellulose

                                     2) กลุ่ม catabolic acid ประกอบด้วย oxalic acid และ malic acid
                                     3) กลุ่ม phenolic acid ประกอบด้วย ferulic acid และ vanilic acid
   39   40   41   42   43   44   45   46   47   48   49