Page 37 - ผลกระทบระยะยาวของการปลูกยางพาราต่อสมบัติดินและความหลากหลายทางชีวภาพในดิน Long Term Impact of Rubber Plantation on Soil Properties and Biodiversity
P. 37
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
23
2.2 ข้อมูลที่ศึกษา
2.2.1 การจัดการสวนยางพารา
จัดทำแบบสอบถามเพื่อรวบรวมประวัติการจัดการสวนยางพาราของเกษตรกร เช่น
การใช้ปุ๋ยเคมี การใช้สารเคมี การกำจัดวัชพืช เป็นต้น เพื่อนำไปวิเคราะห์ข้อมูลการจัดการดินของ
เกษตรกร ซึ่งอาจส่งผลต่อความแตกต่างของความอุดสมสมบูรณ์ของดินได้ (ภาคผนวก ก.)
2.2.2 สมบัติทางกายภาพและเคมีของดิน
ทำการเก็บตัวอย่างดินในช่วงเดือนกันยายน ปี พ.ศ. 2558 เพื่อศึกษาสมบัติ
ทางกายภาพและเคมี โดยทำการสุ่มเก็บข้อมูลแปลงละ 3 จุด
การวิเคราะห์สมบัติทางกายภาพของดิน
- ค่าความหนาแน่นรวมของดิน (Bulk density) เก็บตัวอย่างดินโดยใช้กระบอก
โลหะเก็บตัวอย่างดินแล้วนำไปวิเคราะห์ความหนาแน่นของดินโดยวิธี core method (กรมพัฒนา
ที่ดิน, 2553)
- เนื้อดิน (soil texture) ทำการวิเคราะห์หาปริมาณเนื้อดินทราย (sand) เนื้อดิน
ทรายแป้ง (silt) และเนื้อดินเหนียว (clay) ด้วยวิธี hydrometer (กรมพัฒนาที่ดิน, 2553)
การวิเคราะห์สมบัติทางเคมีของดิน
- ปริมาณอินทรียวัตถุ (organic matter) และปริมาณคาร์บอนทั้งหมด (total
carbon) โดยใช้สารละลายโพแทสเซียมไดโครเมต ในกรดซัลฟิวริกเข้มข้นเป็น oxidizing agent ใน
การเปลี่ยนอินทรีย์คาร์บอนในดินให้กลายเป็นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ แล้ววิเคราะห์ไดโครเมตที่เหลือ
ด้วยการไทเทรตด้วยสารละลายเฟอรร์รัสแอมโมเนียมซัลเฟตโดยใช้ออร์โทฟีแนนโทรลีนเป็น
อินดิเคเตอร์ คำนวณปริมาณอินทรียวัตถุจากค่าที่สมมุติให้อินทรียวัตถุในดินมีคาร์บอนร้อยละ 58
(Walkey and Black, 1934)
- ปริมาณไนโตรเจนทั้งหมด (total nitrogen) โดยวิธี Kjeldahl method โดย
การย่อยไนโตรเจนในดินด้วยกรดซัลฟิวริกเข้มข้นแล้วเติมด่างและนำไปกลั่นหาแอมโมเนียม นำไป
ไทเทรตเพื่อหาปริมาณไนโตรเจนทั้งหมดในดิน (จำเป็น, 2547)
- ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ต่อพืช (available phosphorus) โดยใช้
สารละลาย Bray II (0.10 M HCl+0.03 M NH F) ในการสกัดฟอสเฟตในดิน แล้วทำให้เกิดสีโดยวิธี
4
โมลิบดีนัมบลู จากนั้นวัดค่าการดูดกลืนแสงด้วยเครื่อง Visible spectrophotometer ที่ความยาว
คลื่น 882 นาโนเมตร (Bray II and Kurtz, 1945)

