Page 38 - ผลกระทบระยะยาวของการปลูกยางพาราต่อสมบัติดินและความหลากหลายทางชีวภาพในดิน Long Term Impact of Rubber Plantation on Soil Properties and Biodiversity
P. 38

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน




                                                                                                        24




                                       - ปริมาณโพแทสเซียมที่เป็นประโยชน์ต่อพืช (available potassium) ใช้
                       สารละลายแอมโมเนียมอะซิเตทในการสกัดโพแทสเซียมให้ออกมาอยู่ในสารละลายโดยใช้ NH
                                                                                                         +
                                                                                                        4
                       แลกเปลี่ยนประจุ แล้ววัดปริมาณโพแทสเซียมที่ได้ด้วยเครื่อง Flame photometer (สำนัก
                       วิทยาศาสตร์เพื่อการพัฒนาที่ดิน, 2547)

                                       - ปริมาณแคลเซียมและแมกนีเซียมที่เป็นประโยชน์ต่อพืช (available calcium

                       and available magnesium) สกัดดินด้วยสารละลายแอมโมเนียมอะซิเตท แล้วทำการวิเคราะห์
                       ปริมาณแคลเซียมและแมกนีเซียมที่เป็นประโยชน์ต่อพืชด้วยเครื่อง Atomic absorption

                       spectrophotometer (สำนักวิทยาศาสตร์เพื่อการพัฒนาที่ดิน, 2547)

                                       - ค่าการนำไฟฟ้า (electrical conductivity: EC) โดยใช้อัตราส่วนดิน : น้ำ = 1:5
                       แล้ววัดด้วยเครื่อง Electrical conductivity meter (สำนักวิทยาศาสตร์เพื่อการพัฒนาที่ดิน, 2547)

                                       - ความเป็นกรดเป็นด่างของดิน (pH) โดยใช้อัตราส่วนดิน : น้ำ = 1:1 (w/w) แล้ว

                       วัดด้วยเครื่อง pH meter (Peech, 1965)
                                 2.2.3 ความหลากหลายทางชีวภาพในดิน

                                      ศึกษาจำนวนและความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตในดิน ได้แก่ สิ่งมีชีวิตในดินที่
                       มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า (macrofauna) ไส้เดือนฝอย (nematode) และแบคทีเรีย (bacteria)

                       เนื่องจากแบคทีเรียเป็นจุลินทรีย์ที่มีจำนวนมากที่สุดในดิน (อัจฉรา, 2549) ทำการเก็บตัวอย่าง

                       สิ่งมีชีวิตที่อยู่ในดินในช่วงเดือนกันยายน พ.ศ. 2558 โดยทำการสุ่มเก็บข้อมูลแปลงละ 3 จุด
                                       - สิ่งมีชีวิตในดินที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า (macrofauna) ทำการเก็บตัวอย่าง

                       แมลงและสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังในดินด้วยวิธี Tropical Soil Biology and Fertility (TSBF)
                       (Anderson and Ingram, 1993) โดยขุดดินลึก 10 เซนติเมตรในพื้นที่ขนาดกว้างและยาว 25

                       เซนติเมตรต่อ 1 จุด  ใช้ปากคีบและพลั่วมือคุ้ยหาสิ่งมีชีวิตในดินที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าจากตัวอย่าง

                       ดิน นำสิ่งมีชีวิตในดินที่พบทั้งหมดบรรจุลงในขวดแก้วที่มีแอลกอฮอล์ 70 เปอร์เซ็นต์ นำไปนับจำนวน
                       และจำแนกวงศ์ตามลำดับการกินในห่วงโซ่อาหาร (trophic group) ในห้องปฏิบัติการภายใต้กล้อง

                       จุลทรรศน์ (ภาพที่ 3) เพื่อคำนวณหาจำนวนสิ่งมีชีวิตในดินที่พบต่อพื้นที่ 1 ตารางเมตร
   33   34   35   36   37   38   39   40   41   42   43