Page 63 - การใช้ประโยชน์ของชุดตรวจดินภาคสนามสำหรับให้คำแนะนำปุ๋ยในการปลูกผักในพื้นที่โครงการหลวง
P. 63
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
53
จากผลการทดลองใส่ปุ๋ยทั้ง 2 ต ารับคือ ต ารับที่ 1 ใส่ปุ๋ยตามวิธีการและอัตราที่เกษตรกรเคย
ปฏิบัติ ต ารับที่ 2 ประเมินอัตราการใส่ปุ๋ยจากค่าวิเคราะห์ดินตามค าแนะน าของผักกินใบของกรม
วิชาการเกษตร โดยใช้ข้อมูลจากผลการวิเคราะห์ดินในปี พ.ศ. 2558 ด้วยชุดตรวจดินภาคสนามของ
กรมพัฒนาที่ดิน (LDD Test Kit) พบว่า การตอบสนองของผักกาดหวานต่ออัตราการใส่ปุ๋ยเคมีซึ่งผัน
แปรตามพื้นที่ทดลองชี้ให้เห็นว่าการใส่ปุ๋ยเคมีโดยพิจารณาจากค่าวิเคราะห์ดินเป็นสิ่งจ าเป็นและการที่
เกษตรกรใส่ปุ๋ยเคมีโดยท าตามเพื่อนบ้านหรือใส่ปุ๋ยตามที่เจ้าหน้าที่ของศูนย์พัฒนาโครงการหลวง
แนะน าในอัตราสูงเป็นการจัดการปุ๋ยที่ไม่ถูกต้อง อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาข้อมูลด้านการสะสมธาตุ
อาหารหลักในส่วนเหนือดินทั้งหมดของแต่ละพื้นที่ซึ่งในการทดลองพบว่าในพื้นที่ของศูนย์พัฒนา
โครงการหลวงทุ่งหลวงเป็นพื้นที่เดียวซึ่งใส่ปุ๋ยตามค าแนะน าของกรมวิชาการเกษตรแล้วท าให้การ
สะสมไนโตรเจนในส่วนเหนือดินทั้งหมดและในผลผลิตผักหลังการตัดแต่งสูงกว่าการใส่ปุ๋ยตามอัตรา
เกษตรกร ในขณะที่อีก 2 พื้นที่การใส่ปุ๋ยทั้งสองอัตราให้ผลไม่แตกต่างกัน ในแง่ของการสะสม
ฟอสฟอรัสและโปแตสเซียมซึ่งพบว่ามีเพียงพื้นที่ของนายชาคริตเท่านั้นที่มีการสะสมฟอสฟอรัสและ
โปแตสเซียมในส่วนเหนือดินทั้งหมดและในผลผลิตของผักหลังการตัดแต่งผันแปรตามอัตราการใส่
ปุ๋ยเคมี โดยการใส่ปุ๋ยตามค าแนะน าของกรมวิชาการเกษตรท าให้การสะสมฟอสฟอรัสและโปแตสเซียม
ในส่วนเหนือดินทั้งหมดและในผลผลิตหลังการตัดแต่งต่ ากว่าการใส่ปุ๋ยอัตราเกษตรกรอย่างมีนัยส าคัญ
หากเปรียบเทียบปริมาณของธาตุอาหารหลักแต่ละธาตุที่สะสมในส่วนเหนือดินทั้งหมดกับปริมาณธาตุ
อาหารหลักที่อยู่ในปุ๋ยเคมีที่ใช้ในการเพาะปลูกก็จะพบว่าปริมาณไนโตรเจนและฟอสฟอรัสที่สะสมใน
ส่วนเหนือดินของผักกาดหวานที่ได้รับปุ๋ยเคมีแต่ละอัตราต่ ากว่าปริมาณธาตุอาหารที่อยู่ในปุ๋ย ส าหรับ
ปริมาณโปแตสเซียมที่สะสมในส่วนเหนือดินทั้งหมดของผักกาดหวานที่ได้รับปุ๋ยตามค าแนะน าของกรม
วิชาการเกษตรซึ่งสูงกว่าปริมาณที่มีอยู่ในปุ๋ยน่าจะเป็นโปแตสเซียมที่พืชได้รับจากโปแตสเซียมที่มีอยู่ใน
ดิน ซึ่งผลการทดลองในปี พ.ศ. 2556 และ 2557 ที่พบว่าผักกาดหวานที่ปลูกในพื้นที่ของศูนย์พัฒนา
โครงการหลวงทุ่งหลวงมีปริมาณโปแตสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้ในดินก่อนปลูก 171 และ 210 มิลลิกรัม
ต่อกิโลกรัมตามล าดับ เมื่อปลูกผักกาดหวานโดยใส่ปุ๋ยเคมีมีการสะสมโปแตสเซียมในส่วนเหนือดิน
7.21 และ 7.60 กิโลกรัมต่อไร่ตามล าดับ บ่งชี้ให้เห็นว่าในดินซึ่งมีปริมาณโปแตสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้
ในระดับสูง สามารถปลดปล่อยโปแตสเซียมให้แก่พืชโดยไม่ต้องใส่ปุ๋ยโปแตสเซียมได้ถึงประมาณ 7
กิโลกรัมต่อไร่ ดังนั้นในพื้นที่ทดลองทั้ง 3 แห่งซึ่งมีปริมาณโปแตสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้ในดินก่อนปลูก
ในระดับสูงมากจึงไม่จ าเป็นที่ต้องใส่ปุ๋ยโปแตสเซียม
ส าหรับการปลูกผักกาดหวานในกรณีของการใส่ปุ๋ยฟอสฟอรัสก็ไม่น่าจะเป็นสิ่งจ าเป็นเช่นกัน
เพราะดินทั้ง 3 พื้นที่มีปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ในระดับสูง จากผลการทดลองในปี พ.ศ. 2556
และ 2557 ณ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งหลวงซึ่งดินก่อนปลูกมีปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ใน
ระดับสูงมาก ( > 200 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม) เมื่อปลูกผักกาดหวานโดยไม่ใส่ปุ๋ยฟอสฟอรัสมีการสะสมใน
ส่วนเหนือดินทั้งหมด 0.67 และ 0.90 กิโลกรัมต่อไร่ และหากได้รับการใส่ไนโตรเจนอย่างเดียวสามารถดูด

