Page 65 - การใช้ประโยชน์ของชุดตรวจดินภาคสนามสำหรับให้คำแนะนำปุ๋ยในการปลูกผักในพื้นที่โครงการหลวง
P. 65

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน





                                                                                                        55


                   อินทรียวัตถุ  ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ และโปแตสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้  ที่มีความแม่นย าในระดับที่น่า
                   พอใจเพียงพอส าหรับการประเมินอัตราการใส่ปุ๋ยฟอสฟอรัสและโปแตสเซียมตามค าแนะน าของกรม

                   วิชาการเกษตร แต่การวิเคราะห์ค่าอินทรียวัตถุยังมีความคลาดเคลื่อนอยู่บ้างซึ่งมีผลท าให้การประเมิน
                   อัตราการใส่ปุ๋ยไนโตรเจนแตกต่างจากค าแนะน าของกรมวิชาการเกษตรในระดับ 5 กิโลกรัมต่อไร่ แต่อัตรา
                   การใส่ปุ๋ย ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโปแตสเซียมตามค าแนะน าของกรมวิชาการเกษตรส าหรับการปลูก
                   ผักกาดหวานยังไม่เหมาะสมเท่าที่ควรเพราะยังมีการใส่ปุ๋ยฟอสฟอรัสและโปแตสเซียมแม้ดินมีปริมาณของ
                   ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์  และโปแตสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้ในระดับสูงและอัตราการใส่ปุ๋ยไนโตรเจน

                   ฟอสฟอรัส และโปแตสเซียมตามค าแนะน าดังกล่าวก็ไม่สอดคล้องกับปริมาณไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และ
                   โปแตสเซียมที่สะสมอยู่ในส่วนเหนือดินของผักชนิดนี้ ในขณะเดียวกันผลการทดลองในปี พ.ศ. 2556 และ
                   2557 ก็ชี้ให้เห็นว่าการประเมินอัตราการใส่ปุ๋ยเคมีโดยปราศจากค่าวิเคราะห์ดินร่วมกับความต้องการ

                   ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโปแตสเซียมของพืชเพื่อให้ผลผลิตในระดับที่คาดหวังดูจะมีความเหมาะสม
                   มากกว่า แต่แนวทางการประเมินอัตราการใส่ปุ๋ยเคมีดังกล่าวอาจจะต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมต่อไปใน
                   อนาคตเพื่อให้สามารถใช้ร่วมกับการตรวจดินโดยชุดตรวจดินภาคสนามของกรมพัฒนาที่ดิน (LDD  Test
                   Kit)  ได้อย่างเหมาะสมและครอบคลุมพื้นที่ซึ่งมีลักษณะดินและสภาพแวดล้อมที่แตกต่างไปจากพื้นที่ที่ผู้

                   ทดลองใช้ในการทดลองครั้งนี้ อย่างไรก็ดีการทดลองที่ด าเนินการในช่วงปี พ.ศ. 2556 – 2558 ก็สามารถ
                   ชี้ให้เห็นว่าการใส่ปุ๋ยโดยใช้ค่าวิเคราะห์ดินหรือใช้ค่าวิเคราะห์ร่วมกับความต้องการธาตุอาหารพืชในการ
                   ประเมินอัตราการใส่ปุ๋ย ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโปแตสเซียมสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านปุ๋ยในการปลูก
                   ผักกาดหวานให้กับเกษตรกรได้


                              3.6   ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ
                          ต้นทุนในการผลิตในส่วนของการเตรียมแปลง การปลูก การดูแลรักษาและการเก็บเกี่ยวในแต่ละ
                   แห่งไม่แตกต่างกันมีเพียงต้นทุนค่าปุ๋ยเคมีเท่านั้นที่แตกต่างกัน ทั้งนี้เพราะแปลงทดลองทั้ง 3 แห่งมีการใช้

                   อัตราปุ๋ยที่แตกต่างกัน แต่พบว่าทั้ง 3 แปลงในต ารับที่มีการใส่ปุ๋ยแบบที่เกษตรกรเคยใช้ในต ารับที่ 1 มีค่า
                   ปุ๋ยมากกว่าการใส่ปุ๋ยแบบต ารับที่ 2  ซึ่งประเมินอัตราการใส่ปุ๋ยจากค่าวิเคราะห์ดินตามค าแนะน าของผัก
                   กินใบของกรมวิชาการเกษตรโดยใช้ด้วยชุดตรวจดินภาคสนามของกรมพัฒนาที่ดิน (LDD Test  Kit) เมื่อ
                   พิจารณาถึงค่าใช้จ่ายต่อไร่พบว่าการใส่ปุ๋ยในต ารับที่ 1 ของทั้ง 3 แปลงทดลองจะมีค่ามากกว่าการใส่ปุ๋ยใน
                   ต ารับที่ 2 เช่นเดียวกับค่าใช้จ่ายในการผลิตต่อกิโลกรัมของทั้ง 3 แปลงทดลองที่มีค่าใช้จ่ายในการผลิตต่อ

                   กิโลกรัมของการใส่ปุ๋ยในต ารับที่ 1 มากกว่าต ารับที่ 2 ทั้งนี้เนื่องจากค่าปุ๋ยเคมีที่ใช้นั่นเอง ในขณะที่มูลค่า
                   ผลผลิตต่อไร่ของการใส่ปุ๋ยในต ารับที่ 1 จากแปลงของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งหลวงและนายเสกสรรมี
                   น้อยกว่าการใส่ปุ๋ยในต ารับที่ 2  แต่ในแปลงของนายชาคริตกลับมีมูลค่าของผลผลิตต่อไร่จากการใส่ปุ๋ยใน

                   ต ารับที่ 1 มีมากกว่าการใส่ปุ๋ยในต ารับที่ 2 ทั้งนี้เนื่องจากมูลค่าของผลผลิตต่อไร่ขึ้นอยู่กับปริมาณของ
                   ผลผลิตต่อไร่ เช่นเดียวกันกับผลตอบแทนเหนือค่าใช้จ่ายผันแปรที่การใส่ปุ๋ยในต ารับที่ 1 จากแปลงทดลอง
                   ของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งหลวงและของนายเสกสรรมีน้อยกว่าการใส่ปุ๋ยในต ารับที่ 2 แต่ในแปลง
   60   61   62   63   64   65   66   67   68   69   70