Page 56 - การใช้ประโยชน์ของชุดตรวจดินภาคสนามสำหรับให้คำแนะนำปุ๋ยในการปลูกผักในพื้นที่โครงการหลวง
P. 56
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
46
3.3 น้ าหนักแห้งของผักหลังตัดแต่ง เศษผัก และส่วนเหนือดินทั้งหมด
ส าหรับการทดลอง ณ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งหลวง ผักกาดหวานที่ได้รับการใส่ปุ๋ยในต ารับ
ที่ 1 ให้น้ าหนักแห้งของผักหลังตัดแต่ง เศษผัก และส่วนเหนือดินทั้งหมด 139 23 และ 162 กิโลกรัมต่อไร่
ส่วนผักกาดหวานที่ได้รับการใส่ปุ๋ยในต ารับที่ 2 ให้น้ าหนักแห้งของผักหลังตัดแต่ง เศษผัก และส่วนเหนือ
ดินทั้งหมด 162 35 และ 198 กิโลกรัมต่อไร่ตามล าดับ ซึ่งสูงกว่าผักที่ได้รับการใส่ปุ๋ยในต ารับที่ 1 17 57
และ 22 เปอร์เซ็นต์ตามล าดับ แต่ความแตกต่างของปุ๋ยทั้งสองอัตราไม่มีนัยส าคัญในทางสถิติทั้งในแง่ของ
น้ าหนักแห้งของผักหลังตัดแต่ง เศษผักและส่วนเหนือดินทั้งหมด
ณ โรงเรือนของนายเสกสรร ผักกาดหวานก็มีลักษณะในการตอบสนองต่อการใส่ปุ๋ยในต ารับที่ 1
และการใส่ปุ๋ยในต ารับที่ 2 เหมือนกับผักกาดหวานที่ปลูก ณ โรงเรือนของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่ง
หลวง คือ การใส่ปุ๋ยทั้งสองต ารับไม่มีความแตกต่างในทางสถิติในแง่ของน้ าหนักแห้งของผักหลังตัดแต่ง
เศษผัก และส่วนเหนือดินทั้งหมด โดยผักกาดหวานที่ได้รับปุ๋ยในต ารับที่ 1 มีน้ าหนักแห้งของผักหลังตัด
แต่ง เศษผัก และส่วนเหนือดินทั้งหมด 100 15 และ 115 กิโลกรัมต่อไร่ตามล าดับ แต่เมื่อใส่ปุ๋ยในต ารับที่
2 มีน้ าหนักแห้งของผักหลังตัดแต่ง เศษผัก และส่วนเหนือดินทั้งหมด 112 16 และ 128 กิโลกรัมต่อไร่
ตามล าดับ ซึ่งมีแนวโน้มสูงกว่าการใส่ปุ๋ยในต ารับที่ 1 12 4 และ 11 เปอร์เซ็นต์ตามล าดับ
ณ โรงเรือนของนายชาคริต ผักกาดหวานที่ใส่ปุ๋ยในต ารับที่ 1 มีน้ าหนักแห้งของผักหลังตัดแต่ง
เศษผัก และส่วนเหนือดินทั้งหมด 262 68 และ 331 กิโลกรัมต่อไร่ตามล าดับ แต่เมื่อใส่ปุ๋ยในต ารับที่ 2 ท า
ให้มีน้ าหนักแห้งของเศษผักและส่วนเหนือดินทั้งหมดลดลงอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติคือ ให้น้ าหนักแห้ง 49
และ 283 กิโลกรัมต่อไร่ตามล าดับ ส าหรับน้ าหนักแห้งของผักหลังตัดแต่งก็ลดลงเช่นกันคือประมาณ 11
เปอร์เซ็นต์ และมีน้ าหนักแห้งเท่ากับ 234 กิโลกรัมต่อไร่ แต่ความแตกต่างระหว่างปุ๋ยทั้งสองต ารับไม่มี
นัยส าคัญทางสถิติ ดังแสดงไว้ในตารางที่ 25

