Page 9 - การจัดการดินเพื่อปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในกลุ่มชุดดินที่ 52 จังหวัดสระแก้ว โครงการนำร่องการผลิตพืชตามเขตการใช้ที่ดินพืชเศรษฐกิจเพื่อพัฒนาขีดความสามารถรถการแข่งขันในประชาคมอาเซียน
P. 9

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
                                                                                                         3







                                                        การตรวจเอกสาร

                              ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์พันธุ์ S7328 เป็นข้าวโพดลูกผสมที่นิยมปลูกในอ าเภอคลองหาด ลักษณะ
                       เด่น คือ มีขนาดฝักใหญ่ ต้นแข็งแรง ยืนต้นนาน ทนทานต่อโรคราสนิม เมล็ดมีสีส้มสวย มีลักษณะ
                       ประจ าพันธุ์ คือ อายุวันออกไหม 56-58 วัน อายุเก็บเกี่ยวฝักสด 110-130 วัน เปอร์เซ็นต์กะเทาะ

                       เมล็ด 78-80 เปอร์เซ็นต์ (ที่ความชื้น 25 เปอร์เซ็นต์) ผลผลิตเมล็ดเฉลี่ย 1,600-2,100 กิโลกรัมต่อไร่
                       การปลูกถ้าระยะระหว่างแถว 75 เซนติเมตร ระหว่างต้น 20-25 เซนติเมตร ปลูก 1 ต้นต่อหลุม หรือ
                       ระหว่างต้น 40-45 เซนติเมตร ปลูก 2 ต้นต่อหลุม แต่ถ้าระยะระหว่างแถว 70 เซนติเมตร ให้ปรับ
                       ระยะระหว่างต้นเป็น 22-27 เซนติเมตร ปลูก 1 ต้นต่อหลุม หรือระยะระหว่างต้น 44-54 เซนติเมตร

                       ปลูก 2 ต้นต่อหลุม กรณีหยอดด้วยเครื่อง เมล็ดเบอร์ 2 ใช้จานหยอดรูขนาด 3 หุน ถึง 3 หุนครึ่ง
                       เมล็ดเบอร์ 3 ใช้จานหยอดรูขนาด 3 หุน รองพื้นด้วยปุ๋ยเคมีสูตร 16-20-0 หรือ 15-15-15 อัตรา 25
                       กิโลกรัมต่อไร่ ก าจัดวัชพืชด้วยอะทราซีนหรืออะราคลอร์ ฉีดพ่นทันทีหลังปลูก ก่อนเมล็ดงอกในขณะ

                       ที่ดินมีความชื้นเพียงพอ (ซินเจนทาประเทศไทย, 2558)
                              ข้าวโพดเป็นพืชไร่ที่เจริญเติบโตได้ดีในดินแทบทุกชนิด โดยเฉพาะในดินร่วนปนทราย ที่มีการ
                       ระบายน้ าดี  และมีปริมาณแร่ธาตุอาหารพืชอุดมสมบูรณ์ดี  มีความเป็นกรดด่างระหว่าง  5.5–7.0
                       มีอินทรียวัตถุสูงกว่า 1 เปอร์เซ็นต์ ฟอสฟอรัสไม่ต่ ากว่า 10 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม และโพแทสเซียม
                       ไม่ต่ ากว่า 60 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม พื้นที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ควรจะเป็นที่ดอนหรือเป็นที่ที่น้ าไม่ท่วม

                       ขัง ถ้ามีน้ าท่วมขังจะท าให้ข้าวโพดเจริญเติบโตไม่ดี เนื่องจากการถ่ายเทอากาศในดินไม่ดี รากดูดดึง
                       ธาตุอาหารไปใช้ในการเจริญเติบโตไม่ดี  พื้นที่ปลูกข้าวโพดควรจะมีความลาดชันต่ า  เพราะถ้าพื้นที่มี
                       ความลาดชันสูง จะเกิดการชะล้างพังทลายของดิน สูญเสียธาตุอาหารในดิน ท าให้ความอุดมสมบูรณ์

                       ของดินลดต่ าลง (ชลวุฒิ และสาธิต, 2561)
                              กลุ่มชุดดินที่ 52 เป็นกลุ่มดินเหนียวหรือดินร่วนเหนียว ที่มีก้อนปูนหรือปูนมาร์ลปะปนอยู่
                       มาก ที่ระดับความลึกตั้งแต่ 30 เซนติเมตร จากผิวดิน ดินมีสีด า สีน้ าตาล หรือสีแดง พบบริเวณที่ลาด
                       เชิงเขาหินปูน ลักษณะพื้นที่เป็นลูกคลื่นลอนลาดเล็กน้อย มีความลาดชันประมาณ  2-4  เปอร์เซ็นต์

                       เป็นดินตื้นถึงตื้นมาก มีระดับน้ าใต้ดินลึกกว่า 2 เมตร มีความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติปานกลางถึง
                       สูง ปฏิกิริยาดินเป็นกลางถึงเป็นด่างแก่ ค่าความเป็นกรดเป็นด่างประมาณ   7.0-8.5  ชุดดินที่อยู่ใน
                       กลุ่มชุดดินที่ 52 มี 2 ชุดดิน คือ ชุดดินตาคลี และชุดดินบึงชะนัง ซึ่งปัจจุบันบริเวณดังกล่าวส่วนใหญ่
                       ใช้ปลูกพืชไร่ เช่น ข้าวโพด ฝ้าย ถั่ว และไม้ผลบางชนิด เช่น มะม่วง มะพร้าว และน้อยหน่า ปัญหาใน

                       การใช้ประโยชน์ที่ดิน คือ เป็นดินตื้นมีชั้นกรวดและก้อนปูนปน ท าให้การไถพรวนยาก และปฏิกิริยา
                       ดินเป็นด่างปานกลางถึงด่างแก่ ดินมีความเหมาะสมส าหรับการปลูกพืชไร่และพืชผักหลายชนิด ถึงแม้
                       จะเป็นดินตื้น แต่มักจะมีหน้าดินหนากว่า 15 เซนติเมตร และเป็นดินที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง ไม่ค่อย
                       เหมาะสมส าหรับการปลูกไม้ผลหรือไม้ยืนต้น ไม่เหมาะสมส าหรับการท านา เนื่องจากพบในบริเวณที่

                       ดอนและสภาพพื้นที่ค่อนข้างสูง การเก็บกักน้ าที่ผิวดินไม่ดี แต่มีความเหมาะสมอย่างมากในการปลูก
                       หญ้าเลี้ยงสัตว์หรือพัฒนาเป็นทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ (กรมพัฒนาที่ดิน, 2548)
   4   5   6   7   8   9   10   11   12   13   14