Page 13 - การจัดการดินเพื่อปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในกลุ่มชุดดินที่ 52 จังหวัดสระแก้ว โครงการนำร่องการผลิตพืชตามเขตการใช้ที่ดินพืชเศรษฐกิจเพื่อพัฒนาขีดความสามารถรถการแข่งขันในประชาคมอาเซียน
P. 13
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
7
จะต้องเก็บตัวอย่างดินจากแปลงของตนเอง เพื่อส่งตัวอย่างดินไปวิเคราะห์ แล้วน าผลวิเคราะห์ที่ได้แจ้ง
ให้เจ้าหน้าที่สถานีพัฒนาที่ดินที่ตั้งอยู่ในท้องถิ่นหรือหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทราบ เจ้าหน้าที่จะป้อน
ข้อมูลลงในโปรแกรม ซึ่งโปรแกรมดังกล่าวจะช่วยค านวณสูตรปุ๋ยในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้ได้ปริมาณธาตุ
อาหารที่ต้องใส่ลงไปในดินตรงตามความต้องการของพืชเท่านั้น นอกจากนี้โปรแกรมยังได้เชื่อมโยงกับ
ระบบอื่น ๆ เพื่อให้ค าแนะน าในการใส่ปุ๋ยเคมีให้เกิดประสิทธิภาพ อัตราการใช้ปุ๋ย วันปลูกที่เหมาะสม
การคาดการณ์ผลผลิตที่จะได้รับและข้อมูลอื่น ๆ ประโยชน์จากการใช้โปรแกรม คือ 1) ท าให้เกษตรกร
ทราบถึงคุณภาพดินในแปลงเกษตรกรของตนว่ามีความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างไร มีหรือขาดธาตุอาหาร
พืชชนิดใด ต้องใส่เพิ่มหรือลดธาตุอาหารพืชมากน้อยเท่าใด และดินมีคุณสมบัติกายภาพเป็นอย่างไร
2) ให้ค าแนะน าการจัดการดินและข้อจ ากัดในการใช้ดินได้ เพื่อให้เกษตรกรวางแผนและจัดการพื้นที่
ของเกษตรกร ท าให้ต้นทุนการผลิตลดลงโดยเฉพาะปุ๋ยเคมี 3) ให้ค าแนะน าการจัดการดินและการใช้
ปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดินส าหรับพืชเศรษฐกิจ ได้แก่ ข้าว ข้าวโพด อ้อย มันส าปะหลัง ยางพารา และ
ปาล์มน้ ามัน (ส านักนิเทศและถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาที่ดิน, ม.ป.ป.)
การให้ค าแนะน าการใช้ปุ๋ยเคมีของโปรแกรมปุ๋ยรายแปลง เป็นการให้ค าแนะน าการใช้ปุ๋ยเคมี
ในกรณีที่มีการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ควบคู่ไปด้วยแล้ว โดยมุ่งหวังว่าปุ๋ยอินทรีย์จะเป็นตัวปรับสภาพทาง
กายภาพและเคมีของดินบางประการ และให้ปุ๋ยเคมีเป็นแหล่งที่จะให้ธาตุอาหารพืชตามที่พืชต้องการ
ซึ่งการใช้ปุ๋ยเคมีสูตรใดนั้นผู้ใช้สามารถก าหนดได้เองจากโปรแกรม เมื่อผู้ใช้ก าหนดสูตรปุ๋ยเคมีที่ต้องการ
แล้ว โปรแกรมจะค านวณอัตรา การใช้ที่เหมาะสมให้ ทั้งนี้เพื่อให้ได้ปริมาณธาตุอาหารตามที่แนะน า
อาจจะจ าเป็นต้องมีการใช้ปุ๋ยเคมี 2-3 สูตร ในอัตราต่าง ๆ กันมาผสมกัน ในโปรแกรมปุ๋ยรายแปลงฯ
นั้น ยังได้ผนวกรวมชุดค าสั่งในการเปรียบเทียบราคาปุ๋ย ข้อจ ากัดในการใช้ประโยชน์ที่ดิน ค าแนะน า
การจัดการดิน ค าแนะน าการใช้ปูนเพื่อการแก้ความเป็นกรดของดิน รวมถึงข้อมูลดินในระดับชุดดิน
และกลุ่มชุดดินไว้ด้วย (กรมพัฒนาที่ดิน, 2557)
สมชาย และคณะ (2552) แนะน าการใช้ปุ๋ยเคมีส าหรับการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังนา โดย
ให้ใช้ปุ๋ยไนโตรเจน อัตรา 20 กิโลกรัมต่อไร่ แบ่งใส่ 3 ครั้ง คือ ใช้เป็นปุ๋ยรองพื้น ปุ๋ยแต่งหน้าครั้งที่ 1
ระยะ 3-4 สัปดาห์หลังปลูก และปุ๋ยแต่งหน้าครั้งที่ 2 ระยะ 7-8 สัปดาห์หลังปลูก ในอัตรา 8 7 และ
5 กิโลกรัมต่อไร่ ตามล าดับ ใช้ปุ๋ยฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมตามค่าวิเคราะห์ดินจากค าแนะน าของ
กรมวิชาการเกษตร คือ ถ้าดินมีปริมาณฟอสฟอรัสสูงกว่า 15 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ไม่ต้องใส่ปุ๋ย
ฟอสฟอรัสก่อนปลูก หากฟอสฟอรัสในดินมีปริมาณ 10-15 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม และต่ ากว่า 10
มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ควรใส่ปุ๋ยฟอสฟอรัสอัตรา 5 หรือ 10 กิโลกรัม P O ต่อไร่ ตามล าดับ และถ้า
2 5
ดินมีปริมาณโพแทสเซียมสูงกว่า 100 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ไม่จ าเป็นต้องใส่ปุ๋ยโพแทสเซียมก่อนปลูก
หากโพแทสเซียมในดินมีปริมาณ 40-100 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม และต่ ากว่า 40 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม
ควรใส่ปุ๋ยโพแทสเซียม อัตรา 5 หรือ 10 กิโลกรัม K O ต่อไร่ ตามล าดับ
2

