Page 14 - การจัดการดินเพื่อปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในกลุ่มชุดดินที่ 52 จังหวัดสระแก้ว โครงการนำร่องการผลิตพืชตามเขตการใช้ที่ดินพืชเศรษฐกิจเพื่อพัฒนาขีดความสามารถรถการแข่งขันในประชาคมอาเซียน
P. 14
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
8
ทนงศักดิ์ และคณะ (2554) ศึกษาอัตราการใช้ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงที่เหมาะสมเพื่อเพิ่ม
ความอุดมสมบูรณ์ของดินและผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในชุดดินบ้านจ้อง (Bg) กลุ่มชุดดินที่ 29 พบว่า
ในด้านการเปลี่ยนแปลงสมบัติทางเคมีของดิน การใช้ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงต่อเนื่องกัน 2 ปี ไม่
สามารถช่วยเพิ่มปริมาณธาตุอาหารพืชในดินโดยเฉพาะปริมาณโพแทสเซียมที่สกัดได้ ด้านผลผลิตของ
ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ การใช้ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง สูตร N 25 กิโลกรัมต่อไร่ ร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์
คุณภาพสูง สูตร P 50 กิโลกรัมต่อไร่ และปุ๋ยเคมีอัตราครึ่งหนึ่งของค าแนะน ากรมวิชาการเกษตร
(สูตร 15-15-15 อัตรา 25 กิโลกรัมต่อไร่) ในการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ต่อเนื่องกัน 2 ปี สามารถช่วย
เพิ่มผลผลิตรวมให้สูงกว่าการใช้ปุ๋ยเคมีตามค าแนะน ากรมวิชาการเกษตร และตามค่าวิเคราะห์ดิน
โดยมีค่าเท่ากับ 1,906 กิโลกรัมต่อไร่ ในปี พ.ศ. 2551 และมีค่าเท่ากับ 1,526 กิโลกรัมต่อไร่ ในปี
พ.ศ. 2552 ด้านผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ การใช้ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงในการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์
ไม่สามารถช่วยลดต้นทุนการผลิตได้จึงท าให้ผลตอบแทนเหนือต้นทุนผันแปรต่ ากว่า
สุจิตตรา และคณะ (2560) ศึกษาผลผลิตของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ตอบสนองต่อการใส่ปุ๋ยตาม
ค่าวิเคราะห์ดินที่ปลูกในชุดดินนครพนม จังหวัดบึงกาฬ พบว่า การใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินมีผลต่อ
การเจริญเติบโตด้านความสูง เส้นผ่าศูนย์กลางของล าต้น น้ าหนักแห้งต่อต้น จ านวนฝัก ความยาวฝัก
และผลผลิตของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพิ่มขึ้น เฉลี่ยร้อยละ 73 41 303 64 38 และ 213 ตามล าดับ เมื่อคิด
ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ พบว่า การใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินสามารถช่วยลดต้นทุนการผลิตให้ต่ ากว่า
การใส่ปุ๋ยตามวิธีเกษตรกร คิดเป็นร้อยละ 4.34 ต่ ากว่าการใส่ปุ๋ยครึ่งหนึ่งของค่าวิเคราะห์ดิน คิดเป็น
ร้อยละ 2.05 และต่ ากว่าการไม่ใส่ปุ๋ย คิดเป็นร้อยละ 49.46 และการใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินสามารถ
เพิ่มผลตอบแทนเหนือต้นทุนผันแปรต่อไร่สูงกว่าการใส่ปุ๋ยตามวิธีเกษตรกร คิดเป็นร้อยละ 17.16
สูงกว่าการใส่ปุ๋ยครึ่งหนึ่งของค่าวิเคราะห์ดิน คิดเป็นร้อยละ 20.26 และสูงกว่าการไม่ใส่ปุ๋ย คิดเป็น
ร้อยละ 65.14

