Page 305 - เอกสารประกอบการประชุมวิชาการกรมพัฒนาที่ดิน ปี2560 วิชาการงานพัฒนาที่ดิน ขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตเกษตรกรสู่ความยั่งยืน : ระหว่างวันที่ 19-21 กรกฎาคม 2560 ณ โรงแรมสยามออเรียนทัล อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
P. 305

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน

                  ประชุมวิชาการกรมพัฒนาที่ดิน ปี 2560 “วิชาการงานพัฒนาที่ดิน ขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตเกษตรกรสู่ความยั่งยืน” วันที่ 19 - 21 กรกฎาคม 2560


                  การพัฒนาผลิตภัณฑ์ราไตรโคเดอร์มาและปุ๋ยชีวภาพสําหรับควบคุมโรคเน่าและโรคใบติดเพื่อเพิ่มผลผลิต

                  ทุเรียน จังหวัดจันทบุรี
                  Development of Trichoderma virens and Biofertilizer Formulation Products Against the
                  Phytophthora Foot Rot and Rhizoctonia Leaf Blight for Increasing Durian Yield in

                  Chantaburi Province
                               1
                                            1
                  นันทภพ ชลเขตต์   รติกร ณ ลําปาง   และ จรรจิรา เจริญทวีชัย 2
                  1                          2
                   กองวิจัยและพัฒนาการจัดการที่ดิน   สํานักงานพัฒนาที่ดินเขต 2 กรมพัฒนาที่ดิน
                  บทคัดย่อ


                         จากการศึกษาโครงการวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ราไตรโคเดอร์มาและปุ๋ยชีวภาพสําหรับควบคุมโรคโคนเน่า
                  และโรคใบติดเพื่อเพิ่มผลผลิตทุเรียน ดําเนินการในพื้นที่ศูนย์พัฒนาไม้ผลตามพระราชดําริ ตําบลท่าหลวง
                  อําเภอมะขาม  จังหวัดจันทบุรี พบว่า การสํารวจต้นทุเรียนที่แสดงอาการเป็นโรคโคนเน่าและโรคใบติด มี

                  จํานวน 72 ต้น จากจํานวนต้นทุเรียนที่ปลูกทั้งหมด 583 ต้น มีระดับอาการของโรคค่อนข้างรุนแรง โดยแสดง
                  อาการเปลือกโคนลําต้นเน่า ใบเหลือง และร่วงมาก เมื่อนําเปลือกโคนลําต้นมาแยกเชื้อสาเหตุของโรค พบว่า
                  เป็นเชื้อโรคพืช ไฟทอปธอร่า (Phytophthora palmivora) เป็นสาเหตุโรคโคนเน่าของทุเรียน และเชื้อไรโซโตเนีย
                  (Rhizoctonia solani) สาเหตุโรคใบติดของทุเรียน เมื่อทดสอบประสิทธิภาพของราไตรโคเดอร์มาที่เป็น

                  ปฏิปักษ์ต่อเชื้อสาเหตุโรคพืชไฟทอปธอรา และไรโซโตเนีย  ในระดับห้องปฏิบัติการ พบว่า ราไตรโคเดอร์มา
                  สามารถเจริญได้เร็วกว่าเชื้อสาเหตุโรคพืชและยับยั้งการเจริญของเชื้อสาเหตุโรคพืชทั้ง 2 ชนิดได้ 100
                  เปอร์เซ็นต์ จากการศึกษาในแปลงทดลองจากต้นทุเรียนที่เป็นโรคพบว่าการใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาเป็น
                  ระยะเวลา 4 เดือน หลังการฉีดพ่นสามารถยับยั้งการเจริญของเชื้อราสาเหตุโรคพืชไฟทอปธอราและไรโซโตเนีย

                  ลดลงได้ โดยประเมินจากใบทุเรียนที่มีความสมบูรณ์เพิ่มขึ้น ใบสีเขียวเป็นมันและแตกใบใหม่มากขึ้น อาการร่วง
                  ของใบทุเรียนลดลง  อาการแผลบริเวณโคนลําต้นแห้งชัดเจน และมีการสร้างเนื้อเยื่อบริเวณแผลเดิมมากขึ้น
                  อย่างเด่นชัด จากการทดสอบประสิทธิภาพการใส่ผลิตภัณฑ์ราไตรโคเดอร์มาร่วมกับปุ๋ยชีวภาพ  โดยวาง

                  แผนการทดลองแบบสุ่มสมบูรณ์ มีจํานวน 5 ซ้ํา 4 ตํารับการทดลอง คือ ตํารับที่ 1 ชุดควบคุม ตํารับที่ 2
                  ใส่ผลิตภัณฑ์ราไตรโคเดอร์มา ตํารับที่ 3 ใส่ผลิตภัณฑ์ปุ๋ยชีวภาพ  และตํารับที่ 4 ใส่ผลิตภัณฑ์ราไตรโคเดอร์มา
                  ร่วมกับปุ๋ยชีวภาพพบว่า การใส่ผลิตภัณฑ์ราไตรโคเดอร์มาร่วมกับปุ๋ยชีวภาพ สามารถยับยั้งการเจริญของเชื้อรา
                                                                                                 2
                                                                                    3
                  สาเหตุโรคพืชไฟทอปธอรา และไรโซโตเนียทั้ง 2 ชนิด ได้ดี มีค่าเท่ากับ 0.4 x10  และ 1.9 x10  CFUต่อกรัม
                  ของดิน ตามลําดับ เมื่อศึกษาการดํารงชีพของราไตรโคเดอร์มาในเซลล์รากทุเรียน พบว่า ราสายพันธุ์นี้สามารถ
                  เข้าอยู่อาศัยบริเวณเนื้อเยื่อรากทุเรียนได้ดี เมื่อศึกษาสมบัติทางเคมีของดินหลังจากการจัดการดินเป็น
                  ระยะเวลา 3 ปี พบว่า การใส่ผลิตภัณฑ์ราไตรโคเดอร์มาร่วมกับปุ๋ยชีวภาพที่ระดับความลึก 0-15 เซนติเมตร ทํา
                  ให้ค่า pH  เป็นกลาง ปริมาณอินทรียวัตถุในดินมีค่าสูงสุดเท่ากับ 5.3 เปอร์เซ็นต์ และระดับปริมาณธาตุอาหาร

                  ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แมกนีเซียมและกํามะถันในดินมีค่าสูงกว่าตํารับอื่นๆ มีค่าเท่ากับ 743.5 128 358
                  และ 13.5 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ตามลําดับ นอกจากนี้การปลูกถั่วพร้าคลุมดินและปลูกหญ้าแฝกบริเวณรอบทรง
                  พุ่มทุเรียน ทําให้ค่าความหนาแน่นของดินมีแนวโน้มลดลงและช่วยในการเพิ่มช่องว่างระหว่างอนุภาคเม็ดดินทํา
                  ให้มีการเก็บรักษาความชื้นของดินได้มากขึ้น






                                                              272
   300   301   302   303   304   305   306   307   308   309   310